โครงการชลประทานศรีสะเกษ ฟันธง!เอาอยู่น้ำไม่ท่วมเมือง


เมื่อเร็วๆนี้ ที่สำนักงานโครงการชลประทานศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายณัทเศรษฐ์ ถิระวัฒน์ธนกร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา (เขื่อนหัวนา) รักษาการในตำแหน่ง ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุโนอึล ที่ผ่านมาส่งผลทำให้มีฝนตกหนักในทุกพื้นที่ของ จ.ศรีสะเกษ ทั้ง 22 อำเภอ ถึงแม้ว่าน้ำจะเติมเขื่อนไม่มากนัก โดยขณะนี้น้ำในเขื่อนโดยเฉลี่ยมีเพียงแค่ 50 เปอร์เซน เท่านั้น เพราะน้ำบางส่วนยังขังอยู่ตามหนองน้ำและทุ่งนา ซึ่งมวลน้ำเหล่านี้ก็จะไหลลงมายังลำห้วยต่างๆ โดยเฉพาะลำห้วยสำราญ ซึ่งเป็นลำห้วยที่ผ่านตัวเมืองศรีสะเกษ
ซึ่งลำห้วยสำราญ มีประตูระบายน้ำที่สำคัญ คือการสร้างเพื่อปิดกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อเลี้ยงตัวเมืองศรีสะเกษและพื้นที่การเกษตรตอนบน ก่อนที่น้ำจะไหลลงแม่น้ำมูล ซึ่งขณะนี้มีก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้มีการปิดกั้นทำนบดินชั่วคราว และมวลน้ำจากพายุโนอึลที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นจนเกือบเอ่อล้นทำนบดิน ทางโครงการชลประทานศรีสะเกษ จึงได้ตัดสินใจเปิดช่องทางระยายน้ำ เพื่อป้องกันการพังทลายของทำนบดิน และลดผลกระทบจากการไหลเอ่อท่วมชุมชน ส่วนน้ำรอการระบายในเขตเมืองนั้น เป็นปัญหาที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขระยะยาวอย่างยั่งยืนแล้ว


สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือน้ำป่าไหลหลาก จากเชิงเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเฝ้าระวังในกรณีที่เกิดฝนตกหนักเป็นเวลาหลายชั่วโมง รวมถึงเฝ้าระวังดินเชิงเขา ก็ต้องมีการแจ้งเตือนให้ชาวบ้านช่วยกันระมัดระวังในเรื่องน้ำป่าไหลหลาก ส่วนที่เขื่อนหัวนา ขณะนี้ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ 50 เซนติเมตร ทั้ง 14 บาน เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี ซึ่งในปีนี้ตนมั่นใจว่าในเขตเมืองศรีสะเกษ จะไม่เกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมชุมชนเขตเมืองอย่างแน่นอน ส่วนที่จะได้รับผลกระทบบ้างก็คือบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวลำห้วยขะยูง และลำห้วยทา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรไร่นา จะได้รับผลกระทบจากน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมบ้างบางจุด แต่จะไม่ท่วมขังไม่นาน.

พิสิษฐ์ สิริวิริยะธนา ศรีสะเกษ // รายงาน