Skip to content

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.67 เวลา 10.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และคณะเดินทางไปตรวจราชการเพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด และพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจุดแรก เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ การแก้ไข ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง การแก้ไขปัญหาพนังกั้นลำน้ำซีทรุดตัว จากอธิบดีกรมชลประทาน
นายกเศรษฐา ได้กล่าวพบปะกับหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นตลอดจนประชาชนที่มาให้การต้อนรับ ว่าสวัสดีพ่อใหญ่แม่ใหญ่ทุกคน ผมดีใจมากที่ได้กลับมาร้อยเอ็ดอีกครั้งตอนที่ผมมาตอนนั้นเป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ตอนนี้ได้เข้ามาบริหารบ้านเมืองแล้วประมาณ 6 เดือน วันนี้ก็ได้กลับมาดูพี่น้องอีกทีว่าพี่น้องชาวร้อยเอ็ดมีความต้องการอะไรบ้าง จะได้บริหารจัดการเรื่องงบประมาณ จะได้จัดสรรสิ่งที่พ่อแม่พี่น้องต้องการ วันนี้มีรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมชลประทาน ที่ถือว่าท่านเหล่านี้เป็นบุคคลสำคัญอย่างมาก
ในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่า เราก็บริหารจัดการน้ำได้ดีพอสมควร ไม่ท่วม ไม่แล้ง เกษตรกรสามารถทำนาได้ ปีนี้น้ำน่าจะโอเคขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเราต้องพึ่งพาธรรมชาติอยู่ว่า ฝนจะตกมากหรือน้อยขนาดไหนอย่างไร ผมได้กำชับอธิบดีกรมชลประทานไปแล้วว่า เรื่องของการใส่ใจ เรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ที่เหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ มีน้ำเพาะปลูกอย่างเพียงพอตามความต้องการ
วันนี้ได้มีโครงการมาเสนออยู่ 5 – 6 โครงการ และได้ให้ไปแล้วเรียบร้อยไม่ว่าจะเป็น การทำผนังกั้นน้ำ เครื่องสูบน้ำ หรือว่าอะไรต่างๆที่เกี่ยวกับระบบชลประทาน รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญมาก โอกาสหน้าจะได้กลับมาติดตามความคืบหน้าของโครงการ ต่างๆอีกครั้ง รวมทั้ง Project ต่างๆที่รัฐบาลได้จัดสรรให้ประชาชนได้ประโยชน์มากน้อยอย่างไร วันนี้ดีใจและอบอุ่นมากที่ได้มาพบปะกับพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ในจังหวัดร้อยเอ็ดอีกครั้ง
โอกาสนี้นายทรงพล ใจกลิ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ ยื่น เอกสารขอรับการสนับสนุน กับนายกรัฐมนตรี ในการผลักดันแหล่งน้ำใต้ดินเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกร จะได้มี แหล่งน้ำเพิ่มเติมจากแหล่งน้ำผิวดินที่มีอยู่ ซึ่งแหล่งน้ำผิวดินที่มีอยู่รวมทั้งแม่น้ำต่างๆ เมื่อถึงหน้าแล้งมันก็ไม่ค่อยมีน้ำเพียงพอต่อการประกอบอาชีพเป็นอาชีพเสริมของเกษตรกร ก็เลยขอสนับสนุนเรื่องการทำบ่อบาดาลโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ดูดน้ำขึ้นมาให้เกษตรกรได้ใช้ได้ทำการเกษตร ซึ่งจุดจุดหนึ่ง สามารถจะรองรับเกษตรกรได้ประมาณ 20-30 ครัวเรือน นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่า เกษตรกรจะได้ใช้น้ำในการปลูกพืชระยะสั้น ปลูกพืชในฤดูแล้งได้ ทำให้เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 7,000 บาท/เดือน/ครัวเรือน ถ้าเรากระจายระบบน้ำไปทั่วทั้งจังหวัดในจุดที่สามารถสูบน้ำบาดาลได้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เราเป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพมากสามารถใช้เพื่อการเกษตรได้เป็นอย่างดี ฤดูฝนก็จะมีการเติมน้ำลงไปในแหล่งน้ำใต้ดินได้ ไม่ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างใด เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง เลยฝากโครงการถึงท่านนายกฯ ในการขอรับสนับสนุน เราเสนอไปตามจำนวนที่เราเข้าในระบบของ ศทนช. ไว้ประมาณ 284 บ่อ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 220 ล้านบาท
ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ภายใต้นโยบายไม่ท่วมไม่แล้งของรัฐบาล เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมถึงภาคการเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การรักษาระบบนิเวศ โดยเฉพาะมุ่งเน้นถึงการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการน้ำในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดที่มุ่งดึงศักยภาพของแต่ละพื้นที่พัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดี สร้างรายได้และอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน จากนั้นได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และไปอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ในช่วงบ่าย

วินัย วงศ์วีระขันธ์ ร้อยเอ็ด
การเมือง, คลิป
-
(ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
20/10/2026
esandailyonline.com
ปิดความเห็น บน (ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
ททท.เลย ชวนชม พิ...
-
-