อุดรธานี-เจ้าของบ้านแต่ละหลังต่างร้องไห้ระงม เพลิงไหม้บ้านรับปีใหม่วอด 4 หลังคาดไฟฟ้าลัดวงจร


วันที่ 3 มกราคม 2565 เวลา 15.30 น. ร.ต.อ.ประวิทย์ อิ่มใจ รอง สว.(สอบสวน สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 125 หมู่ 1 บ้านเชียงยืน ต.เชียงยืน เพลิงกำลังลุกลาม จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เพชรรัตน์ ศรีเมือง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง นายธีระภัทร์ ผิวสวัสธ์ หน.สนง.ปภ.จังหวัดอุดรธานี นายพงษ์สิทธิ์ เปรยะโพธิเดชะ ปลัดอาวุโส อ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.เชียงยืน อบต.เชียงพิณ อบต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ เทศบาลนครอุดรธานี ป้องกันสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี นำรถดับเพลิงกว่า 10 คันรุดไปที่เกิดเหตุ
พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน เป็นบ้านขายของชำ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ประกอบกับมีลมกระโชกทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าของบ้านและชาวบ้านได้ช่วยกันขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าออกจากบ้าน เพราะเกรงว่าเพลิงจะลุกลาม เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำสกัดเพลิง แต่เพลิงโหมลุกไหม้รุนแรง และลุกลามไหม้บ้านที่อยู่ใกล้เคียงอีก 3 หลัง ประกอบด้วยเลขที่ 121 ,123 , และ 165 เจ้าของบ้านแต่ละหลังต่างร้องไห้ระงม บางคนเข่าอ่อนถึงกับเป็นลม เพื่อนบ้านต้องมาช่วยประครอง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
นางวิวรรณ บุตรราช อายุ 64 ปี ผู้เสียหายเจ้าของบ้าน เลขที่ 165 เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนไปเดินไปซื้อน้ำปั่นที่ร้านขายของชำ เห็นควันลอยขึ้นจึงสอบถามชาวบ้านว่าไฟไหม้บ้านใคร ชาวบ้านจึงบอกว่าไฟไหม้บ้านตน จึงวิ่งกลับบ้าน ไปเรียกลูกชายและหลานสาวออกมาจากบ้าน แต่ทรัพย์สินภายในบ้านถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด รวมทั้งรถจักรยานยนต์ 2 คัน ได้แต่ยืนมองดูไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน
นายเกียรติศักดิ์ บุตรราช อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 เล่าว่า ตนกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในบ้าน เห็นควันไฟมาจากทางบ้านต้นเพลิง และไฟเริ่มลุกไหม้ ตนจึงรีบพาหลานออกมา แล้วรีบไปยกถังแก๊สออกมาจากบ้าน เพราะเกรงว่าถังแก๊สจะระเบิด เสร็จแล้วตนจะเข้าไปเอาจักรยานยนต์ แต่เข้าไปไม่ได้ เพราะไฟโหมอย่างรุนแรง
ด้าน นางสาวสาระวรรณ สงวนศักดิ์ อายุ 55 ปี ผู้เสียหายเจ้าของบ้านเลขที่ 123 ซึ่งถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง เล่าว่า บ้านเลขที่ 125 ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิง เจ้าของบ้านเป็นคนต่างถิ่น มาซื้อบ้านไว้แล้วปล่อยให้คนเช่า ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นมาเช่า มักจะเปิดไฟตลอดเวลา ช่วงเกิดเหตุคนเช่าบ้านไปทำงานไม่มีคนอยู่บ้าน ต่อมาได้เกิดเพลิงลุกไหม้ และลุกลามไหม้บ้านที่อยู่ใกล้เคียงอีก 3 หลัง รวมทั้งบ้านของตนด้วย
พ.ต.ท.เพชรรัตน์ ศรีเมือง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง เปิดเผยว่า มีเพลิงไหม้บ้านไม้ซึ่งอยู่ติดกัน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงไหม้อย่างรวดเร็ว แต่มีรถดับเพลิงเพียงพอ สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ พบว่าไฟไหม้เสียหายรวม 4 หลัง ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่จะให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการต่อไป