Skip to content

พลโทนำพล คงพันธ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีการประเมินสถานการณ์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากมวลน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำชี พร้อมพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชน และตรวจพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชุมชนติดลำน้ำที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่เขื่อนวังยางวิกฤติ ปักธงแดงเฝ้าระวังสูงสุด หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 ที่ถนนสายบ้านท่าแห่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เชื่อมกับบ้านใคร่นุ่น ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พลโทนำพล คงพันธ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พลตรีธีระยุทธ จินหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 2 และพันเอกศรัณธ์ชัย ทิพย์ปัญญา ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 (สองสี่) ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการเตรียมรับมือมวลน้ำชี ที่กำลังเอ่อขึ้นสูง กระทบเส้นทางคมนาคมและพื้นที่เกษตร หลังหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบรรจุทราย “บิ๊กแบ็ก” และเสริมถนน ป้องกันปัญหาน้ำท่วมและเส้นทางจราจรถูกตัดขาด
จากนั้น พลโทนำพล คงพันธ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชน และตรวจพื้นที่บริเวณบ้านหนองคล้า ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำและเสี่ยงภัย เนื่องจากอยู่ติดแม่น้ำชี ที่อาจเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำ ที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 (เขื่อนวังยาง)
พลโทนำพล คงพันธ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กล่าวว่า ในการเดินทางมาตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ในครั้งนี้ เนื่องจากมีการประเมินสถานการณ์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากมวลน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำชี จึงได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำ พร้อมร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการป้องกันปัญหา นอกจากนี้ยังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งและการเตรียมความพร้อม ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ของกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 (สองสี่) ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเมื่อวานนี้ (6 ต.ค.64) พร้อมกันนี้ยังได้เข้าพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชน และตรวจพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชุมชนติดลำน้ำ ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกด้วย 
ด้านนายไมตรี สุวรรณศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 (เขื่อนวังยาง) กล่าวว่า สำหรับระดับน้ำลำชีที่ไหลมาจากเขตจ.ขอนแก่น-จ.มหาสารคาม ซึ่งได้เคลื่อนมาถึงเขื่อนวังยาง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 138.74 ม.รทก.ขณะที่มีการระบาย 706 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ระดับน้ำเพิ่มสูงชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร โดยทางเขื่อนวังยาง ได้ปักธงแดง เมื่อเช้าของวันนี้ ซึ่งถือว่าอยู่ในขั้นเริ่มวิกฤติ ทั้งนี้ เพื่อบอกเตือนเฝ้าระวังสูงสุด เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายทวี วิเท่ห์ อดีตผู้ใหญ่บ้านท่าแห่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำชีลำชีเพิ่มสูงขึ้น 4 วันแล้ว โดยมีบางจุดที่บริเวณถนนเชื่อมระหว่างบ้านท่าแห่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา กับบ้านใคร่นุ่น ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำชี ระดับน้ำปริ่มถนนและท่วมพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นนาข้าวเป็นบริเวณกว้าง อย่างไรก็ตามถึงแม้สถานการณ์ในวันนี้ยังไม่ท่วมหนักเหมือนปี 2554 แต่ก็ถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงและต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้ขอขอบคุณหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง ปภ. อบต.ลำชี ที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันป้องกันน้ำท่วมในครั้งนี้
#อีสานเดลี่ออนไลน์
คลิป, อุทกภัย
-
(ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
20/10/2026
esandailyonline.com
ปิดความเห็น บน (ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
ททท.เลย ชวนชม พิ...
-
-