นครพนม-จนท.ลุยค้นร้านธงฟ้ากระทำผิด ยึดของกลางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 393 ใบ จ่ายสดคิดร้อยละ 10


วันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่จังหวัดนครพนม นางสุธิษา จารุเมธาวิทย์ คลังจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จากที่คลังจังหวัดนครพนมได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีร้านค้าซึ่งเป็นร้านธงฟ้าราคาประหยัดและได้เข้าร่วมโครงการบัตรประชารัฐ โครงการเราชนะ ที่รัฐบาลออกมาตรการมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ว่าร้านดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการ โดยมีการดำเนินการจ่ายเงินสดให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์แทนการซื้อสินค้าจริงจากร้าน และในการดำเนินการนี้จะมีการเรียกดำเนินค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 10 จากเงินที่ผู้มีสิทธิ์ได้รับตามโครงการ ดังนั้นจึงได้มีการประสาน พ.ต.ท. ประสพ แดงนา รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครพนม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว. นครพนม พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียนมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม โดยได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ธานินทร์ กันภัย สว.กก.สส.ภ.จว.นครพนม พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการขอหมายศาลเข้าตรวจค้น ร่วมกับเจ้าหน้าที่คลังจังหวัดนครพนม และสำนักงานพานิชย์จังหวัดนครพนม
กระทั่งเวลาเวลา 14.00 น. ของวันที่ 19 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนมที่ ค.163/2564 เข้าแสดงและขอตรวจค้นร้านค้าที่บ้านนาแค ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน ซึ่งปรากฏว่าร้านดังกล่าวกระทำผิดจริง โดยภายในร้านมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิ์ที่ทางร้านเก็บไว้ภายในห้องชั้นสองของร้าน รวม 393 ใบ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เป็นของกลางร่วมกับสมุดคุมบัญชีซื้อสินค้าของลูกค้า จำนวน 3 เล่ม และสมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 4 เล่ม และเครื่องรูดบัตร (EDC) จำนวน 1 เครื่อง เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งปลดป้ายร้านธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อเพิกถอนสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ
สำหรับโทษของผู้กระทำผิดในส่วนของผู้ที่รับซื้อสิทธิและผู้ที่ขายสิทธิ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะทำการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการพร้อมยกเลิกการใช้แอพพลิเคชัน ติดแบล็คลิสต์ และริบเงินคืน รวมถึงมีความผิดฐานฉ้อโกงและหากเป็นการกระทำผิดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะที่ร้านค้าที่มีพฤติกรรมไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการ อย่างเช่นกรณีนี้ หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคา ปรับราคาสูงขึ้น จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และหากจำหน่ายสูงเกินสมควร จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากประชาชนพบร้านค้าที่ฉวยโอกาส ปรับราคาสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า หรือกระทำในลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งมาที่สำนักงานคลังจังหวัดนครพนม หรือโทรไปที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้เช่นเดียวกัน
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม