ชัยภูมิ – ตำรวจตามรวบ6โจ๋เจ้าถิ่นเหิมนับไล่ฟันอริต่างถิ่นเจ็บสาหัส

ตร.ชัยภูมิตามรวบ6โจ๋เจ้าถิ่นเหิมนับ10ไล่ฟันอริต่างถิ่นเจ็บสาหัส 3 ราย หน้าตลาดฯเผยเคยถูกทำร้ายมาก่อน จึงอยากเอาคืน ก่อนโดนแจ้งข้อรวมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 26 มีนาคม 2566 ภายใต้อำนวยการของพล.ต.ต.พรชัย นลวะชัย รองผบช.ภ.3และพ.ต.อ.อิทธิโชค เกิดผล รองผบก.ภ.จว.ชัยภูมิเร่งรัดติดตามคดี วัยรุ่นไล่ฟันอริเข้าร้าหมูกระทะ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.พ.ต.อ.เรวัฒน์ ยวงอักษร ผกก.สภ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ สั่งการให้ชุดสืบสวนนอกเครื่องออกติดตามจับกุมตัวหัวหน้าแก๊งวัยรุ่นเจ้าถิ่นชื่อนายธณากร ตรวจสมบัติ อายุ22ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 3 ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ หรือต่อ พร้อมสมุนที่เป็นเยาวชนเป็นเยาวชนชายอายุ 15 -18ปี อีกรวม 5 คน รวมหมด 6 คน ได้พร้อมหลักฐานของกลางมีดดาบ และรถจักรยานยนต์ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานมัดตัวว่า แก๊งเยาวชนดังกล่าวที่เป็นหัวหน้าแก๊งและเยาวชนชายอายุ 15 ปี เป็นคนใช้มีดไล่ฟัน วัยรุ่นต่างถิ่น


ตำรวจสอบสวนนายธณากร ตรวจสมบัติ อายุ22ปี หรือต่อ หัวหน้าแก๊ง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านวังตาท้าว ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ และเยาวชนผู้ก่อเหตุ ได้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อนและเคยถูกกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่นไล่ฟันทำร้ายร่างกายมาก่อนขณะไปเที่ยว ในสถานที่เที่ยวในอำเภอใกล้เคียง กระทั่งคืนเกิดเหตุเห็นกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีต่างถิ่นขับรถจยย.เข้ามาจีบสาวในหมู่บ้านและไปเจอกันระหว่างทาง จึงใช้มีดไล่ฟันกลุ่มผู้บาดเจ็บ โดยระดมพักพวกในหมู่บ้านนำอาวุธมีดออกมาดักรอไล่ฟันกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่นอยู่บริเวณถนนหน้าตลาดฯก่อนจะพากันวิ่งเข้าไปไล่ฟันกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่นตามถนนและเข้าตามไปไล่ฟันถึงในร้านหมูกระทะได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังก่อเหตุพากันหลบหนีกลับบ้าน และถูกจับกุมดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมาพร้อมแจ้งข้อหาหนักรวมกันทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำตัวทั้งหมด ส่งฝากขังศาลจังหวัดชัยภูมิและศาลเยาวชนจังหวัดชัยภูมิในช่วงเช้าวันที่ 27 มีนาคม โดยไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากยังเป็นเยาวชน


จากการสอบถามเยาวชนกลุ่มเจ้าถิ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ให้การว่าขณะนั่งอยู่ศาลากลางบ้านเห็นกลุ่มคู่อริที่เคยก่อเหตุเรื่องทะเลาะวิวาดใช้มีดไล่ฟันพวกตนมาก่อนและเบิลรถใส่แถมยังขับรถจยย.เข้ามาจีบสาวในหมู่บ้านของพวกตน จึงโทรศัพท์เรียกเพื่อนๆวัยรุ่นในหมู่บ้าน ให้ขับรถออกมาจอดรอบริเวณถนนกลางหมู่บ้าน ก่อนเปิดฉากใช้มีดไล่ฟันที่หลังอริ ที่ขับรถจยย.ผ่านมาและยังไล่ฟันคู้อริเข้าไปในร้านหมูกระทะตามคลิปที่ปรากฎเป็นข่าว ยอมรับว่าก่อเหตุจริง หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี และนำมีดทั้งหมดไปส่วนสาเหตุมาจากการที่ถูกคู่อริ ไล่ฟันมาก่อน จึงแก้แค้นเอาคืน
โดยนายภูริภัทรฯวัยรุ่นต่างถิ่นผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดใจกับทีมข่าวว่า เมื่อคืนนี้ตนเองกำลังจะพาเพื่อนไปหาแฟนที่บริเวณบ้านนา โดยไปทั้งหมดสามคนตนเองนั่งซ้อนท้ายอยู่คนหลังสุด หลังจากนั้นก็ถูก กลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ขับไล่ตามตะโกนด่ามาตลอดเส้นทาง หลังจากนั้นก็ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุไล่ฟันไปเรื่อยๆ จนหนีเข้าไปหลบในร้านหมูกระทะ
โดยตนเองถูกฟันที่บริเวณด้านหลังต้องเย็บแผลทั้งหมดสองชั้น ถูกฟันบริเวณนิ้วมือโป้งข้างขวา เย็บแผล 5 เข็ม ส่วนนิ้วชี้ข้างซ้าย มีรอยถลอกเท่านั้น / สวนเพื่อนอีกสองคน คนหนึ่งแขนหักอีกคนถูกฟันที่บริเวณศีรษะบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองชัยภูมิ ซึ่งตนยืนยันว่าก่อนหน้านี้ตนและกลุ่มของผู้ก่อเหตุไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกันมาก่อน หลังจากนี้อยากให้ทางตำรวจ เอาเรื่องดำเนินคดีให้ถึงทีสุด


ด้านนางละออง ถนอมสัตย์ อายุ 46 ปี แม่ของนายภูริภัทร ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่ารู้สึกตกใจมากหลังจากทราบข่าวลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย เพราะโดยปกติแล้วลูกชายไม่เคยไปเที่ยวเถลไถลที่ไหน และไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกชายไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะมีผู้หญิงเเชทให้ไปหา เเฟนของเพื่อนลูกชาย ก่อนจะถูกทำร้ายร่างกายแล้วถูกลูกหลง ตนอยากให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเห็นสภาพแผลลูกชายเเล้วรับไม่ได้อย่างมาก หากลูกตนเป็นอะไรไปจะทำยังไง ทั้งๆ ที่ลูกของตนหนีเข้าไปในร้านหมูกระทะเเล้ว เเต่ก็ยังถือมีดไล่ตามเข้าไปอีก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญผู้ปกครองมาทำความเข้าใจ และแจ้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีกับเยาวชนกลุ่มนี้ และจะทำประวัติเพื่อแนะแนวทางการแก้ไขปัญหากลับไปก่อเหตุซ้ำให้ผู้ปกครองคอยสอดส่องดูแลและเฝ้าระวัง แต่หากพบว่ามีการก่อเหตุขึ้นอีก ก็จะต้องดำเนินคดีทั้งเยาวชนและผู้ปกครองด้วยเช่นกัน “ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอยากฝากเตือนสติเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนวันรุ่นในหมู่บ้านต่างๆ ปัจจุบันโซเซียลและกล้องวงจรปิดมีจำนวนมาก จะทำอะไรขอให้นึกถึงผู้ปกครองและอนาคตของตัวเอง หากพลาดแล้ว จะไม่มีโอกาสย้อนกลับมา หรือเรียกคืนอะไรได้อีกเลย” ตำรวจ ระบุ

วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิรายงาน