Skip to content
ลูกสาวฝันแม่น หลังพ่อ 80 ปีป่วยอัลไซเมอร์ หายจากบ้าน 3 เดือน พบกระดูกบนเขา ยืนยันเป็นพ่อ ไม่ติดใจการตาย ในฝันเห็นพ่อมากับผู้หญิงคนหนึ่งมั่นใจว่าเป็นย่าบอกจะพาพ่อไปปฏิบัติธรรมในถ้ำ 3 เดือนแล้วจะกลับมาบ้าน

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่คณะนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น นางเกษร ศรีวัด อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ม.11 บ้านดงเย็น ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น บุตรสาวของนายสม เถาเบา อายุ 80 ปี คนที่หายตัวไปเมื่อคืนวันที่ 28 ธันวาคม 2564 แล้วมีชาวบ้านไปพบกระดูกชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะ ขากรรไกรล่าง กระดูกเชิงกราน กระดูกต้นขา กระดูกแขนบางส่วน บนเขาสวนกวาง พื้นที่ตำบลพังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.น้ำพอง ได้ส่งชิ้นส่วนกระดูกให้แพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ตรวจอัตลักษณ์และตรวจสอบว่าโครงการดูกต่างๆนั้นมีบาดแผลถูกทำร้ายหรือไม่ นางเกษร ในฐานะบุตรสาวของนายสม จึงต้องเดินทางเข้าพบแพทย์นิติเวช เพื่อตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับกระดูกดังกล่าว

นางเกษร ศรีวัด อายุ 50 ปี กล่าวว่า พ่อเป็นคนร่างกายแข็งแรง แต่มีอาการอัลไซเมอร์มาหลายปีแล้ว หลงๆลืมๆ เคยหายออกจากบ้านหลายครั้ง แต่ลูกหลานตามหาจนเจอตัวก็พากลับบ้าน แต่ในช่วงใกล้สิ้นปี เป็นช่วงตัดอ้อย บิดาได้ไปเฝ้าลานมันให้หลานชาย และก่อนที่จะหายตัวไป เป็นช่วงที่ลานมันเลี้ยงสุรา อาหารคนงาน ซึ่งบิดาก็มีการดื่มสุราด้วย จนถึงเวลา 4 ทุ่มของคืนวันที่ 29 ธันวาคม มีชาวบ้านเห็นบิดาเดินอยู่ที่ลานมัน กระทั่งเช้าวันที่ 30 ธันวาคม ก็หาตัวไม่พบ ลูกหลานญาติพี่น้องช่วยกันออกตามหาก็ไม่เจอตัว จึงแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.น้ำพอง ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ลูกหลานไม่เคยหยุดตามหาตัวบิดา แต่ก็ไม่พบ ไม่มีเบาะแสใดๆเลย กระทั่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา มีชาวบ้านพังทุยไปพบชิ้นส่วนกระดูกที่เชิงเขา เมื่อไปดูก็พบบัตรประชาชนของบิดา และเสื้อผ้าชุดที่ใส่ออกจากบ้านก่อนจะหายตัวไป

นางเกษร กล่าวต่ออีกว่า หลังจากพบกระดูกและเสื้อผ้าของพ่อ จึงยืนยันกับตำรวจสภ.น้ำพองว่า กระดูกที่พบนั้นแม้ว่าจะไม่ครบทุกชิ้นส่วน เชื่อว่า อาจเป็นเพราะถูกสุนัขและสัตว์ป่าคาบไป แต่ลูกหลาน ญาติพี่น้องไม่ติดใจการตาย ขอรับกระดูกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี แต่ตำรวจบอกว่า การพบกระดูก คือคำตอบว่า คนที่หายไปนั้นเสียชีวิตแล้ว แต่เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ จึงส่งกระดูกมาให้แพทย์นิติเวช ทำการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนของแพทย์ ซึ่งลูกๆต้องตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเทียบกับกระดูกที่ยืนยันว่าเป็นบิดา โดยเมื่อพบแพทย์แล้ว แพทย์แจ้งว่าตามขั้นตอนต้องตรวจดีเอ็นเอ ผลดีเอ็นเอจะออกใน 90 วัน ซึ่งลูกหลานเห็นว่าใช้เวลานาน เพราะ ลูกหลานยืนยันว่าไม่ติดใจการตาย เพราะบิดาป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนหายตัวไปก็ดื่มสุราและเมา เดินหลงบ้าน เข้าไปในป่าบนเขาสวนกวาง ไกลจากบ้านไปร่วม 4 กม.ซึ่งไม่มีใครติดใจการตาย จึงขอรับกระดูกกลับบ้าน ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ซึ่งแพทย์แนะนำว่า ต้องให้ตำรวจทำเรื่องส่งถึงแพทย์นิติเวช จึงจะรับกระดูกออกไปได้

ขณะที่นางสาว อรพิมพ์ เถาเบา อายุ 45 ปี ลูกสาวนายสม เถาเบา กล่าวว่า หลังจากพ่อหายตัวไปแล้วหาไม่เจอ คืนวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ฝันเห็นพ่อ เดินมากับหญิงชรา จึงถามว่า จะพาพ่อไปไหน หญิงชราบอกว่า จะพาพ่อไปปฏิบัติธรรมในถ้ำ 3 เดือนแล้วพ่อก็จะกลับมา ซึ่งในความฝันนั้น พ่อไม่มองหน้า ไม่พูดสักคำ จึงนำความฝัน และลักษณะคนในฝันมาเล่าให้มารดา เล่าให้ญาติพี่น้องฟัง ทุกคนเลยบอกว่า พ่อน่าจะตายแล้วเพราะถ้าฝันเห็นแล้วไม่พูดแปลว่าตาย ส่วนหญิงชราในฝันน่าจะเป็นย่า หรือมารดาของพ่อ กระทั่งวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา พบกระดูกบนภูเขา ซึ่งเป็นเวลา 3 เดือนพอดี ที่พบกระดูกและเสื้อผ้าของพ่อ

ส่วนนางเกสร ศรีวัด อายุ 50 ปี กล่าวว่า ตนเองได้ไปทำบุญที่วัดเมื่อวันที่27 มีนาคม ที่ผ่านมา ถวายเงิน 1,000บาท เพื่ออุทิศส่วนบุญให้พ่อ ที่หายไป และเชื่อว่าพ่อตายแล้ว โดยอธิษฐานว่า เงินจำนวน 1,000บาทที่ทำไปขอส่งบุญถึงพ่อขอให้พ่อรับไว้ด้วย ต่อมาคืนวันที่ 29 มีนาคม ก็ฝันว่า พ่อมาหาที่บ้าน แต่มาในรูปของพระสงฆ์ ในฝันถามพ่อว่า หายตัวไปทำงาน กลับมาบ้านได้เงินมาให้แม่หรือไม่ พ่อไม่พูดไม่ตอบ แต่ยืนเงินให้ 1,000บาท เมื่อรับมา ปร่ากฎว่าเป็นใบไม้ และในช่วงสายวันที่ 30 มีนาคม ก็รับแจ้งเรื่องพบกระดูก เมื่อไปดูก็พบเสื้อผ้าชุดที่พ่อใส่ออกจากบ้าน พร้อมกระดูก

ทางด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ งามดี ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า กระดูกที่พบนั้น ลูกๆยืนยันว่าเป็นของนายสม เถาเบา อายุ 80 ปี แต่การตายลักษณะนี้ ผิดธรรมชาติ จึงต้องส่งกระดูกให้แพทย์นิติเวชชันสูตร เผื่อญาติพี่น้องติดใจภายหลัง แต่หากว่าลูกไปพบแพทย์แล้ว ยังยืนยันว่าไม่ติดใจ ไม่อยากตรวจดีเอ็นเอ ก็จะให้พนักงานสอบสวน ทำเรื่องประสานไปยังนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ให้ลูกรับกระดูกบิดา นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
คลิป, ในประเทศ
-
(ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
20/10/2026
esandailyonline.com
ปิดความเห็น บน (ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
ททท.เลย ชวนชม พิ...
-
-