Skip to content

จากนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายภิญโญ โฆสิต ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4,พล.ต.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, นายสนิท ขาวสะอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, พล.ต.ต.สหภูมิ สง่าเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รอง ผวจ.บึงกาฬ, พล.ต.ต.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช ผบ.ฉก.ทพ.21, พ.อ.มงคล หอทอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13), พ.ต.อ.ณัฏฐ์ภาณพ วัขรเสวี รอง ผบก.ภ.จว. บึงกาฬ, พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, , พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.สภ.หอคำ, พ.ต.อ.หิรัญ
วัตรศรีวานิช ผกก.สภ.บุ่งคล้า, พ.ต.อ.เอกรินทร์ สุวรรณทา ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, พ.ต.ท.พลสันติ์ คมขาว ผบ.ร้อย ตชด.244, และพ.ท.ภาณุ ไตละนันทน์ ผบ.ขกท.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ให้มีการสืบสวนปราบปรามจับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างต่อเนื่องจนสามารถจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
เมื่อวันที่ 22 ก.ย.64 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ที่บริเวณถนนสาย 212ระหว่างกิโลเมตรที่ 184-185 จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบและบูรณาการกำลังหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมวางแผนจับกุม ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น. พบชาย 2 คน ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บธ-2960นครพนม ได้ขับมาจาก อ.บุ่งคล้า มุ่งหน้า อ.บ้านแพง จว.นครพนม โดยชะลอความเร็วและได้จอดบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นผู้โดยสารได้ลงมาหยิบเอาวัตถุลักษณะเป็นกระสอบสีขาว เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่จึงได้ออกมาแสดงตัวทำการตรวจค้น เมื่อคนขับรถเห็นเจ้าหน้าที่ ได้พยายามเร่งเครื่องขับหลบหนีไปได้ คนที่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ นายพิพัฒน์ สุพรรณ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 21 ม.10 ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จว.นครพนม พบเมทแอมเฟตามีน เมื่อตรวจค้น พบ(ยาบ้า) จำนวน 70,000 เม็ด บรรจุในกระสอบสีขาว หุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำและ อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ CZ รุ่น RAMI P ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ผู้ต้องหารับว่าได้เดินทางมารับยาบ้าร่วมกับพวกที่หลบหนี จึงได้ทำการจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บุ่งคล้า เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
และเมื่อวันที่ 23 ก.ย.64 เวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก ว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดที่บริเวณถนน 212 หนองคาย – บึงกาฬ ป้ายบอกทางไปบึงกาฬ 36 กม. เขตบ้านโคกสะอาด ม.4 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จว.บึงกาฬ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ร่วมบูรณาการออกตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ข้างถนนสงสัยว่าอาจจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ตรวจสอบปรากฎว่าพบเป็นเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 15แพ็ค เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางไว้ จากนั้นได้นำมายัง สภ.หอคำ เพื่อทำการตรวจนับ ผลการตรวจนับเป็น เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 89,800 เม็ด จึงได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปวิณชัย บุญพิเชฐ บึงกาฬ
คลิป, ยาเสพติด
-
(ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
20/10/2026
esandailyonline.com
ปิดความเห็น บน (ชมคลิป) ททท.เลย ชวนชม พิธีไหลเรือไฟโบราณลำน้ำหมัน ใช้น้ำมันหมากแตกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แห่งเดียวในประเทศไทย ณ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ใกล้เข้ามาแล้วกับการฉลองการออกพรรษา สำหรับชาวพุทธศาสนิกชน สำหรับพระสงฆ์วันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ สำหรับอุบาสกอุบาสิกาหรือประชาชนผู้เลื่อมใส ไม่ได้มีข้อบังคับทางพระวินัยเหมือนพระสงฆ์ที่ต้องอยู่จำพรรษา 3 เดือน แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบำเพ็ญกุศลและพัฒนาจิตใจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีกิจกรรมและประเพณีวันออกพรรษาที่สำคัญในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์และไฮไลต์ที่น่าสนใจ ในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจไปชม เช่น จังหวัดหนองคาย งานประเพณีบั้งไฟพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำโขงริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นจากแม่น้ำโขง ,นครพนม งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกชมการลอยเรือไฟที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟนับแสนดวง, สกลนคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทที่ทำจากขี้ผึ้งแท้ๆ และ อุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี พระสงฆ์เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังผ่านบันได 449 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนที่จังหวัดเลย มีพิธี “ไหลเรือไฟโบราณ” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เนื่องจากจัดพิธีการเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ต้องตระเตรียมก่อนพิธี 1 สัปดาห์ โดยมี เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม สองผู้นำทางจิตวิญญาณ ดำเนินการส่งเสริม ฟื้นฟู ให้คงอยู่คู่อำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย มานานกว่า 400 ปี เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี กล่าวว่า ในสมัยก่อน ก่อนจะออกพรรษาพระเณรทำการอัญเชิญเรือประจำวัดโพนชัยซึ่งมีชื่อว่า “นางหลาวทอง” ลงที่ท่าวังเวิน หลังวัดโพนชัย เพื่อพายเรือไปตกแต่งลำธารทั้งสองฝั่งแม่น้ำหมัน มีประเพณีการแข่งเรือยาวที่ลำน้ำหมันและมีเรือจากหลายวัด ได้มาทำการแข่งขัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยลำธารตื้นเขิน ทำให้ประเพณีหายไป ต่อมาลำน้ำหมันตื้นเขิน พระเณรพร้อมด้วยคณะญาติโยมได้ร่วมช่วยกันในการประกอบเรือไฟ ปัจจุบันได้ย้ายไปประกอบที่บ้านเหนือซึ่งใกล้สถานที่ไหลเรือไฟ เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี กล่าวว่า ชาวบ้านจะรวบรวมลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย เป็นต้นไม้เลื้อยที่ขึ้นตามชายน้ำ หัวไร่ปลายนา ออกผลสุกช่วงก่อนวันออกพรรษา มี 3 ขบวนการสกัดน้ำมัน โดยนำมา ตำ นึ่ง และตี บีบแบบโบราณ ออกมาเป็นน้ำมัน ใส่กระบอบไม้ไผ่ เป็นเชื้อเพลิงแทนเทียนไข และน้ำมันก๊าซ จุดรอบแพทั้ง 3 ลำ ส่องสว่างไปทั่วคุ้งลำน้ำหมัน โดยชุมชนร่วมกันลงทุนทรัพย์ ออกแรงไปหาหมากแตก ตัดไม้ไผ่ ตัดต้นกล้วย ประกอบแพ นอกจากนี้ยังมี พระ เณร จากวัดโพนชัย มาช่วยทำแพ บังคับควบคุมแพไปจนถึงท่าวังเวินระยะทางกว่า 800 เมตร นายพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก และ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย และนักวิจัยชุมชน หนึ่งในตัวแทนชาวด่านซ้ายที่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องและดูแลโบราณสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน กล่าวว่า พิธีตีหมากแตก คือการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทั้งคนหนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหญิงชายต่างแบ่งหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และน้ำมันจากหมากแตกก็จะนำไปใช้ใน ประเพณีไหลเรือไฟโบราณด่านซ้าย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งน้ำมันหมากแตกแสงแห่งภูมิปัญญาไทยด่าน ที่ควรค่าต่อการนำขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เป็นอย่างยิ่ง นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ได้ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย บ้านเหนือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการทำเรือไฟโบราณเพื่อให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเหมือนทุกปี โดยจะมีการไหลเรือไฟในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เริ่มตั้งแต่เช้า 05.30 น. เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก เวลา 09.00 น.เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ เวลา 17.00 น.นำเรือไฟโบราณลงลำน้ำหมัน เติมน้ำมัน หมากแตก เพื่อใช้จุดในพิธี เวลา 18.15 น.ขบวนเจ้าพ่อกวน พ่อแสนและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากสะพาน บ้านน้อย มายังบ้านเจ้าแม่นางเทียม เวลา 18.30 น.เจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พ่อแสน นางแต่ง ทำพิธีคารวะหิ้ง และร่วมฉลองบริเวณหน้าหิ้ง ณ บ้านเจ้าแม่นางเทียม ช่วงเวลา 19.00 น. ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน เริ่มออกเดินจากบ้านเจ้าแม่นางเทียมไปยังท่าลำน้ำหมัน บ้านเหนือ ชมการแสดงของกลุ่มชุมชนสูงวัยใบบุญ เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ นายอำเภอด่านซ้าย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีจุดเทียน และปล่อยเรือไฟโบราณล่องไปตามลำน้ำหมัน ไปถึง ท่าน้ำวังเวิน หลังวัดโพนชัย เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย เป็นเสร็จพิธี 0000000000000000000000000000000000000000000000000000 ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / จ.เลย / 20 ต.ค. 69 โทร..0819649747 บรรยายภาพ A1- 05.30 เจ้าแม่นางเทียม พร้อมพ่อแสน นางแต่งและชาวบ้าน ทำพิธีแขวน ต้นทาน ณ พระธาตุศรีสองรัก A02,A2 – ลูกหมากแตก หรือ ภาคกลางเรียก กระทงลาย A3 – ชาวบ้านร่วมกันเหยียบครกโบราณตำหมาหแตก A6,A7- หลังจากนึ่ง มาตี และบีบเอาน้ำมัน จุดตะเกียง A8 – เวลา 09.00 น. พระและเณร เริ่มต่อแพไม้ไผ่ และประกอบรูปร่างเรือไฟโบราณ A9 – A12 – เวลา 19.20 น. เริ่มพิธีจุดเทียน ปล่อยเรือไฟโบราณ 3 ลำ ประกอบด้วย รูปม้า รูปจระเข้ และรูปเรือ C1- เจ้าพ่อกวน หรือ ดร.ถาวร เชื้อบุญมี C2- เจ้าแม่นาง หรือ นางประกายมาศ เชื้อบุญมี C3- นายพิสิทธิ์ ทับทองประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย,กรรมการมูลนิธิพระธาตุศรีสองรัก C4- นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย
ททท.เลย ชวนชม พิ...
-
-