ขอนแก่น(ชมคลิป)สาวประกันหายตัวร่วม 9 วัน พบศพติดอยู่ในรถจมดิ่งในคลองชลประทาน

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 1 ก.ค. 64 พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพอง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถตกลงในคลองชลประทานในท้องที่บ้านนายม ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จึงได้ประสานงานไปยังนายคัคเนศ คงเจริญสุข รองนายกเทศมนตรีตำบลน้ำพอง และเลขาธิการมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง เพื่อนำชุดประดาน้ำเข้าไปตรวจสอบ พร้อมประสานหน่วยกู้ชีพและแพทย์เวรโรงพยาบาลน้ำพองเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

พบว่าบริเวณดังกล่าวมีร่องรอยรถลงไปในคลองชลประทานซึ่งมีความชันของตลิ่งประมาณ 15 เมตร และมีน้ำในคลองลึกประมาณ 2 เมตร พบรถยนต์สีขาวมองเห็นลิบลับอยู่ในน้ำ จึงได้ให้ทีมนักประดาน้ำมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพองลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นรถกระบะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ หมายเลขทะเบียน ผล-7497 ขอนแก่น จึงได้นำรถลากใช้สลิกเกี่ยวดึงขึ้นมาบนฝั่ง ในรถพบศพผู้เสียชีวิต 2ราย เป็นหญิง สอบถามญาติ ทราบชื่อภายหลังว่า นางอรุณรัตน์ วรรณขาม อายุ 52 ปี เป็นชาว อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เป็นคนขับ และน.ส.นิชา กิจเจริญ อายุ 55 ปี เป็นชาว จ.หนองคาย ผู้โดยสาร

จากสอบถามนายฉัตรชัย โลหะมาตย์ กำนันตำบลหนองกุง เผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมาได้มีประกาศหาคนหายทางเฟชบุ๊กว่ามีคนหายไม่กลับบ้านเป็นราษฎรชาวอำเภอเขาสวนกวาง โดยได้แจ้งความไว้ที่ สภ.น้ำพองจนมีผู้มาพบรถคันดังกล่าวตกในคลองน้ำ โดยในเบื้องต้นจากการสอบถามจากชาวบ้านทราบว่า ทั้ง2 ได้ชวนกันไปเก็บเบี้ยประกัน เนื่องจากคนขับเป็นผู้จัดการขาย ของบริษัท ประกันชีวิตแห่งหนึ่ง  และเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 23 มิ.ย. 64 ได้ไปทานส้มตำที่ร้านแห่งหนึ่ง จนเวลา 20.30 น. ทั้ง2 ได้เดินทางออกจากร้านส้มตำเพื่อที่จะกลับบ้าน และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครสามารถติดต่อได้อีกเลย

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพองเผยว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรอยรถวิ่งลงไปในคลองชลประทาน โดยถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนเลียบคลองชลประทานมีการลาดยางใหม่ คาดว่าคนขับไม่ชินทางเนื่องจากถนนฝั่งคนขับอยู่คนละเลนส์กับทางที่ใกล้คลอง ประกอบกับการเดินทางในเวลากลางคืนทำให้มองไม่เห็นทางและเสียหลักตกลงไปในคลอง จากการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการฆาตกรรม คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากพยายามจะออกมาจากรถแต่ไม่สามารถหนีออกมาได้ขณะรถตกน้ำทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกทั้งบริเวณดังกล่าวเป็นคลองชลประทานที่มีความชัน และมีการปล่อยน้ำเพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ในการทำนาทำให้ระดับน้ำสูงกว่าปกติ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นรถที่จมลงในน้ำในช่วงที่เกิดเหตุ

ขอบคุณภาพจากมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง