นครพนม-ตร.น้ำลุยจับเรือดูดทรายเถื่อน สำแดงเท็จ จ่อเอาผิดลักทรัพย์แผ่นดิน


ตร.น้ำนครพนม ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ป้องกันผู้ประกอบการดูดหินทราย ลอบดูดหินทรายเถื่อน อ้างนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนสำแดงเท็จ ลักลอบนำเข้าขายในไทย ตบตาศุลกากร อายัดเรือดูดทราย ตรวจสอบ จ่อเอาผิดข้อหาลักทรัพย์แผ่นดิน เร่งขยายผลเอาผิดทุกข้อหา
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ที่จังหวัดนครพนม พ.ต.ต.กิตติพงศ์ พึ่งชมพู สารวัตรสถานีตำรวจน้ำธาตุพนม กองกับกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ ประสานงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม พร้อมด้วยทหาร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ การลักลอบกระทำผิดดูดหินทราย ของผู้ประกอบการดูดหิน ทราย ตามลำน้ำโขง ในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังได้รับร้องเรียนว่า มีการลักลอบกระทำผิดดูดหินทราย เข้ามาจำหน่าย โดยเป็นการสำแดงเท็จ กระทำผิดกฎหมายซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่มานานหลายวัน หลังมีการลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึก พบมีผู้ประกอบการบางราย ฉวยโอกาสสำแดงเท็จ อ้างว่า มีการลักลอบดูดหินทราย ที่ได้รับสัมปทานจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว มาจำหน่าย เนื่องจากพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ไม่สามารถดูดทรายได้ตามกฎหมาย คือ มาตรา 9 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ.2546 ห้ามไม่ให้มีการดูดทรายในรัศมีเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะสามารถนำเข้าได้เพียงอย่างเดียว ตามมาตรา 82 วรรค 2 เกี่ยวกับการสัมปทานนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบของศุลกากร ในการแจ้งการนำเข้า และมีคลังเก็บสินค้าถาวร ทำให้ผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาส ขออนุญาตนำเข้าหินทราย จากประเทศเพื่อนบ้าน หลังคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทราย ระดับ จ.นครพนม มีคำสั่งอนุญาตให้ดูด ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 แต่พบการร้องเรียนมีการฉวยโอกาสดูดในน่านน้ำฝั่งไทย ตามมาตรา 9 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ.2546 โดยใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่ สำแดงเท็จต่อศุลกากร
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ มีการตรวจสอบ อายัดเรือดูดทราย ทั้งหมด 7 ลำ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม เพื่อพิจารณาสอบสวนขยายผล เอาผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎหมายระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการดูดทราย พร้อมนำเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลแผนที่แนวเขตร่องน้ำระหว่างชายแดน ไทยลาว มาตรวจสอบ พิจารณา โดยมีการแจ้งข้อหาหลัก ผู้ประกอบการไว้ 1 ราย คือ ลักทรัพย์แผ่นดิน พร้อมสอบสวนขยายผล เอาผิดในข้อหาอื่นๆ ตามกฎหมาย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องพบว่า ปัจจุบันหลังจากทาง คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทราย ระดับ จ.นครพนม มีคำสั่งอนุญาตให้ดูด ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ส่วนใหญ่ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จะไม่สามารถประกอบการดูดทราย ในน่านน้ำฝั่งไทยได้ ในมาตรา 9 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ.2546 แต่สามารถทำได้เพียง การขออนุญาตดูดหินทรายแบบนำเข้า จากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ผู้ประกอบการบางราย มีการฉวยโอกาสขออนุญาตนำเข้า แต่สำแดงเท็จ กระทำการดูดทรายในฝั่งไทย เพื่อลดต้นทุน ก่อนนำขึ้นมาจำหน่าย และมีการตบตาเจ้าหน้าที่เลี่ยงการตรวจสอบของศุลกากร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ หาทางป้องกันปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบกระทำผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกัน จากการสอบถาม นายณัฏฐ์กัญจ์กร เกตุสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรนครพนม ระบุว่า ปัจจุบันเกี่ยวกับการประกอบการดูดหินทราย ในพื้นที่ จ.นครพนม ตามกฎหมาย ทางศุลกากร ดูแลเรื่องการนำเข้าเป็นหลัก คือตามกฎหมาย มาตรา 86(2) เนื่องจากตามกฎหมาย ในมาตรา 9 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ.2546 ในพื้นที่ จ.นครพนม ส่วนใหญ่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอยู่ใกล้แนวเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง จึงต้องขออนุญาตนำเข้าส่วนใหญ่ ซึ่งการนำเข้าปัจจุบัน ในการอนุญาต เบื้องต้นเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทราย ระดับจังหวัด เพราะเป็นช่วงสถานการณ์โควิด แต่หลังการอนุญาต จะต้องมีการติดต่อขออนุญาต ดำเนินการตามระเบียบ แจ้งต่อศุลกากร รายวัน เกี่ยวกับปริมาณการนำเข้า พื้นที่การนำเข้า รวมถึงต้องมีคลังเก็บสินค้าชัดเจน รวมถึงมีการสัมปทานที่ถูกต้อง มีการแจ้งการนำเข้าตรงตามจำนวนที่มีการขออนุญาต หากดำเนินการนอกเหนือจากนั้น ถือว่าผิดระเบียบสำแดง เท็จ จะต้องมีการตรวจสอบที่มา ซึ่งในพื้นที่ จ.นครพนม ทางศุลกากรมีการเข้มงวดตรวจสอบต่อเนื่อง ในการลักลอบนำเข้าหรือสำแดงเท็จ หากตรวจสอบพบจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย อายัด ดำเนินคดี ทุกราย

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม