ตำรวจไซเบอร์บุกทลายรัง “บัตรขูดหลวงปู่ศิลา” ย่านลาดพร้าววังหิน แอบอ้างจัดจำหน่ายออนไลน์ รวบ 2 ผู้ต้องหาสาว คาเครื่องคอมพิวเตอร์ ยึดของกลาง 21 รายการ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สนธิกำลังเข้าตรวจค้นอาคารและบ้านพักย่านลาดพร้าววังหิน กรุงเทพมหานคร ทลายแหล่งจัดจำหน่าย “บัตรขูดลุ้นรางวัล” แอบอ้างชื่อพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และของกลางรวม 21 รายการ

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา บช.สอท. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ศุภณัฏฐ์ เกตุแก้ว สว.กก.1 บก.สอท.3 และกำลังเจ้าหน้าที่ สืบสวนขยายผลหลังตรวจพบเพจ Facebook ชื่อ “บัตรขูดหลวงปู่ศิลา มีพฤติการณ์จัดจำหน่ายบัตรตัวเลขเคลือบฟอยล์ทึบแสงสำหรับขูดลุ้นรางวัล โดยมีการนำภาพและข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แอบอ้างและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 16 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลอาญา ที่ 606/2569 เข้าตรวจค้น อาคารเลขที่ 11 ซอยลาดพร้าววังหิน 77 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ พบ น.ส.วิลาวัลย์ แก้วเทพ อายุ 27 ปี แสดงตนเป็นผู้ครอบครองอาคาร
จากการเข้าตรวจค้นภายในอาคาร พบ น.ส.พานทอง หมื่นหน้า อายุ 20 ปี กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ โดย น.ส.วิลาวัลย์ รับสารภาพว่าปกติตนเองและ น.ส.พานทอง จะนั่งปฏิบัติงานประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวในการดูแลระบบและจัดจำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดของกลางภายในอาคารดังกล่าวรวม 20 รายการ

จากนั้นในเวลาประมาณ 15.10 น. เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลอาญา ที่ 652/2569 เข้าตรวจค้นขยายผลต่อยัง บ้านเลขที่ 39/9 หมู่ 14 ซอยลาดพร้าววังหิน 77 ซึ่งมี น.ส.วิลาวัลย์ เป็นผู้ครอบครอง นำตรวจค้น และสามารถยึดของกลางเพิ่มเติมได้อีก 1 รายการ รวมของกลางที่ยึดได้จากทั้งสองจุดทั้งสิ้น 21 รายการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ, นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา”

เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบอย่างครบถ้วน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้บงการเบื้องหลังต่อไป.

อาชญากรรม

