ขอนแก่น (ชมคลิป) “ขยะแลกน้ำมัน” แปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งเบนซิน และดีเซล สร้างรายได้ชุมชน ลดภาระในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน

อบต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นำร่องโดยการ แปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งเบนซิน และ ดีเซล” สร้างรายได้ชุมชน ลดภาระค่าน้ำมันในช่วงวิกฤตราคาแพง โดยขยะ 10 กก. ได้น้ำมัน 4-8 ลิตร เตรียมตั้งศูนย์เรียนรู้ ขยะแลกน้ำมัน” ใช้ในชุมชนจริง

             ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพนเพ็ก อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น นายเดชะ จันทร์ศรี ประธานเครือข่ายศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมการกลั่นน้ำมันเพื่อทำลายขยะ เครือข่ายคนทำความดี ทดแทนคุณแผ่นดิน สานต่อที่พ่อทำ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และสาธิตกระบวนการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก ตั้งแต่การคัดแยกพลาสติก 7 ประเภท ไปจนถึงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส ซึ่งเป็นการสลายตัวของพลาสติกด้วยความร้อนในสภาวะไร้ออกซิเจน ไม่ใช่การเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือสารพิษต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอกระบวนการใช้หลักการอบ หรือหลอมพลาสติก ให้เกิดการระเหย กลายเป็นไอ และควบแน่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล และก๊าซหุงต้ม โดยหากชาวบ้านมีความรู้ด้านช่าง สามารถผลิตถังแรงดันสำหรับใช้งานเองได้ในงบประมาณไม่เกิน 5,000 บาท และพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้ถึงพื้นที่

            นายเดชะ จันทร์ศรี บอกว่า พลาสติกที่ใช้สามารถแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET), พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE), พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC), พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE), พอลิโพรพิลีน (PP), พอลิสไตรีน (PS) และพลาสติกอื่น ๆ เช่น ขวดน้ำดื่ม ขวดแชมพู กล่องอาหาร ถุงร้อน โฟม และวัสดุพลาสติกหลากหลายชนิดในชีวิตประจำวัน ในกระบวนการผลิต ขยะพลาสติก 10 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันได้ประมาณ 4–8 ลิตร ขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติก โดยใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าการย่อยสลายตามธรรมชาติที่ใช้เวลานานถึง 40–50 ปี

สำหรับการผลิตน้ำมันดีเซล ต้องใช้พลาสติกประเภทที่ 2, 4, 5 และ 6 ในอัตราส่วน 60/20/10/15 และมีพอลิสไตรีน 5% จะได้ค่าซีเทนสูงถึง 65% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของกรมธุรกิจพลังงานที่กำหนดไว้ที่ 50% ขณะที่น้ำมันเบนซินสามารถผลิตได้จากพลาสติกทุกประเภท นอกจากนี้ พลาสติกประเภทโฟมยังสามารถสกัดเป็นน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงถึง 100% ซึ่งจากการทดสอบเบื้องต้นพบว่ามีคุณภาพในระดับพรีเมี่ยม สามารถใช้กับเครื่องยนต์ได้ทุกชนิด ช่วยให้การสตาร์ทเครื่องทำได้ง่ายขึ้น

          นายรวิษฏา เทศสีหา อายุ 38 ปี ชาวบ้านโพนเพ็ก  หนึ่งในชาวบ้านที่เข้าร่วมรับการอบรมโครงการรณรงค์คัดแยกขยะ กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ส่งเสริมการคัดแยกขยะพลาสติกเปลี่ยนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ผ่านกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis)  กล่าวว่า เป็นโครงการที่ดีมาก  เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะขยะที่เราทิ้งทุกวัน และในความเป็นไปได้ขยธที่เราทิ้งในจำนวนมาก เราสามารถนำมาผลิตเป็นน้ำมันได้ ก็อยากจะสานต่อ อยากจะพาชาวบ้านทำ เพื่อให้มีรายได้ จึงเป็นสิ่งที่ดีกับชุมชน การจะนำขยะมาผลิตมากลั่นเป็นน้ำมันใช้เองมนช่วงที่น้ำมันราคาแพงและขาดตลาดในช่วงนี้นั้น ก็คอยเฝ้าสังเกตุว่าน้ำมันจะแพงขึ้นต่อเนื้องในระยะยาว หรือเป็นเพียงระยะสั้น ถ้าเชื่อว่าจะแพงขึ้นเรื่อยและแพงต่อในระยะยาว ก็อยากจะลองทำดู เพราะอุปกรณ์ที่ผลิตและกลั่นน้ำมันจากขยะ ไม่ได้มีราคาสูง และสิ่งที่ผลิตก็มาจากขยะที่ใกล้ตัว  แต่ก็ไม่ใช่ขยะทุกประเภทที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำมันได้

        สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้คือสมาชิกธนาคารขยะจากทั้ง 15 หมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของพลาสติก และสามารถนำขยะที่ร้านรับซื้อไม่รับ มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณขยะตกค้างในชุมชน และใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในเบื้องต้น จากการหารือพบว่า อัตราการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ขยะพลาสติก 10 กิโลกรัม ต่อน้ำมัน 4-8 ลิตร โดยชนิดของน้ำมันที่ได้ ทั้งดีเซลหรือเบนซิน ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุณหภูมิของเครื่องสกัด และชนิดของพลาสติก

ขณะที่พลาสติกประเภทโฟม ซึ่งเป็นภาชนะใช้แล้วทิ้ง สามารถสกัดเป็นน้ำมันที่มีความสะอาดสูง มีค่าออกเทนถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และจากการทดสอบเบื้องต้นพบว่าคุณภาพน้ำมันอยู่ในระดับพรีเมี่ยม สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ได้ทุกประเภท โดยไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ อีกทั้งยังช่วยให้การสตาร์ทเครื่องทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ทาง อบต.จะมีการทดสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันประสิทธิภาพในระยะยาว.

คลิป, ในประเทศ

Related posts