ศรีสะเกษ – แจ้งจับปราชญ์ชาวบ้านคนดัง หลอกโอนเงินอ้างมอบทุนเด็ก ส่งข้อความกระจายทั่วประเทศ ระบุขาดแค่ 2 ทุน ไม่รู้จบ! ขณะที่เจ้าตัว เผย มอบจริงพร้อมมีหลักฐานให้ตรวจสอบ

 


เมื่อเร็วๆนี้ นายสุพิชญ์ ลาลุน อายุ 59 ปี พร้อมด้วย นายพงศ์ภัค มงคลชัยพาณิชย์ อายุ 30 ปี ชาว อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ และ ดร.ชญานิน กฤติยะโชติ อายุ 47 ปี ชาว อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายพรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เสกสรรค์ อุทโท รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ และร.ต.ท.ธนพล โนโชติ พงส.สภ.เมืองศรีสะเกษ โดย นายสุพิชญ์ แจ้งว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่เคยรู้จักกัน และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในฐานะปราชญ์ชาวบ้าน ส่งข้อความมาทางเฟซบุ๊กตน โดยมีข้อความระบุว่า “ขอรับบริจาคปัจจัยเป็นทุนการศึกษาให้แกนนำเด็กและเยาวชน บ้านกู่ ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ดูแลห้องสุมด จำนวน 6 ทุน ทุนละ 500 บาท ตอนนี้มีแล้ว 4 ทุน ขาดอีก 2 ทุน เป็นการจัดหาทุนให้เด็กๆ ที่ดูแลห้องสมุดในชุมชน ไม่มีพิธีอะไรมาก จัดหาทุน หากได้ก็มอบให้ในการประชุมเด็ก ปีนี้ไม่มีการจัดงานครับ”


จากนั้น ตนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเป็นคนชอบทำบุญช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว จึงได้ตกลงขอช่วย จำนวน 2 ทุน รวม 1,000 บาท ตามที่ขอมา จากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวดังกล่าว จึงได้ส่งเลขที่บัญชีมาให้ ตนจึงได้โอนเงินเข้าไปบัญชีดังกล่าว จากนั้น ตนได้โพสต์ รูปภาพหลักฐานการโอนเงินพร้อมข้อความโพสต์ในเฟซบุ๊กของตน ในลักษณะว่าได้โอนเงินช่วยเหลือเด็กในกรณีดังกล่าวแล้ว
ต่อมา มีเพื่อนในเฟซบุ๊ก จำนวนมาก ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมกับ ส่งข้อความมาหาตน บอกว่า เขาเหล่านั้นก็ถูกเชิญชวนให้บริจาคเงินช่วยเหลือเด็ก เช่นกัน โดยได้รับข้อความเหมือนกัน ตนได้พิจาณาแล้วเห็นว่า มีการเชิญชวนให้หลายคนโอนเงินช่วยเหลือเด็ก ซึ่งขัดแย้งกับข้อความ ที่ว่า ขาดแค่ 2 ทุน ทุนละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาท เท่านั้น ซึ่งตนได้โอนไปครบจำนวน ที่ขอแล้ว ก็น่าจะจบ แต่เหตุใดจึงมีการส่งข้อความไปขอรับบริจาคจากคนอื่นซ้ำๆอีกเป็นจำนวนมากกว่า 10 คน ตนจึงเชื่อว่า น่าจะเป็นการหลอกลวง ประกอบกับ หลังจากที่ตนและอีกหลายๆคนโอนเงินไปแล้ว ไม่พบว่ามีการส่งมอบเงินทุนจำนวนดังกล่าว หรือมีการแสดงหลักฐานการมอบเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ มาเปิดเผยต่อสาธารณเลย จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย และเพื่อเตือนภัยต่อสังคมต่อไป
ขณะที่ นายพรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ ทนายความ กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายมาแจ้งความในวันนี้ จำนวน 3 ราย ซึ่งเท่าที่เราทราบขณะนี้มีผู้เสียหายแล้วจำนวนมากกว่า 20 ราย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งในวันนี้พนักงานสอบสวนได้รับคดีไว้แล้ว ในความผิดฐานฉ้อโกง ผู้ใดโดยทุจริต จงใจปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงเช่นว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และอาจมีความผิดฐานอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย แต่ถ้าในทางสอบสวนมีประชาชนได้รับความเสียหายเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งตนคิดว่าน่าจะไปถึงจุดนั้น และฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะดังกล่าว หากได้รับความเสียหาย ให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนได้ที่สถานีตำรวจในท้องถิ่นท้องที่ที่อาศัยอยู่ได้เลย เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน นายบุญมา (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ผู้ถูกกล่าวหา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ ว่า ข้อความดังกล่าวตนเป็นผู้ส่งไปขอรับบริจาคทุนจริง เหตุที่ส่งไปหลายๆคนนั้น เนื่องจากตนขอรับบริจาคทุนเป็นจำนวน 3 รุ่น รุ่นละ 6 คน รวม 18 ทุน แต่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อความขอรับบริจาค ซึ่งเงินที่ได้รับมาบริจาคมานั้น ได้นำไปมอบให้เด็กหมดแล้ว และมีหลักฐานเป็นภาพถ่าย พร้อมรายชื่อ ที่มอบให้เด็ก แต่ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา บางคนก็ไม่สบายใจ บางคนก็ขอเงินคืน ซึ่งตนก็ได้โอนเงินคืนให้กับคนที่ไม่สบายไปแล้ว ประมาณ 5-6 คน ซึ่งตนยืนยันว่าได้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ


ตนยอมรับว่าผิดพลาดตรงที่ตนไม่ได้โพสต์หลักฐานภาพถ่ายลงในเฟซบุ๊ก เพื่อประชาสัมพันธ์และขอบคุณผู้ใจบุญที่มอบให้เด็ก เพราะตนคิดว่าเป็นกิจกรรมเล็กๆ ไม่ใช่กิจกรรมใหญ่ จึงไม่ได้โพสต์ ส่วนยอดที่ตนได้รับบริจาคมานั้นได้ยอดทั้งหมด จำนวนประมาณกว่า 8,000 บาท ซึ่งได้มอบให้เด็กหมดแล้ว พร้อมฝากขอโทษผู้ที่แจ้งความกล่าวหาตนด้วย เป็นความผิดพลาดของตนเอง ที่ส่งข้อความไป และทำให้บางคนไม่สบายใจ ตนไม่มีเจตนาปกปิด และทำด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ และพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหาต่อไป.

ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน