นครพนม – ตำรวจบุก รวบตีนแมวสาวตระเวนงัดบ้าน ขโมยทรัพย์สินกว่า 100 รายการ

ตำรวจบุก รวบตีนแมวสาวตระเวนงัดบ้าน ขโมยทรัพย์สินกว่า 100 รายการ สายสืบแกะรอยจากมือถือ อ้างตกงาน แยกทางสามี เลี้ยงลูก 3 คน
วันที่ 14 สิงหาคม 2564 ที่จังหวัดนครพนม จากกรณีมีผู้เสียหายในเขตพื้นที่ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม และ ต.หนองแสง,ต.ในเมือง เทศบาลเมืองนครพนม เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ว่า ระหว่างวันที่ 5-12 สิงหาคม 2564 มีคนร้ายใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องรวม 8 หลัง มีทรัพย์สินมีค่าหายไปหลายรายการ จึงได้มาแจ้งความเพื่อให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.จิรุฏฐ์ พิมพา รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองนครพนม นำกำลังชุดสืบออกตรวจสถานที่เกิดเหตุสอบถามพยานและผู้เสียหาย ประกอบกับดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเพศหญิงผมยาว ใส่เสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเทาและสวมเสื้อแขนยาวแบบมีหมวกปิดอยู่กับคอเสื้อทับอีกชั้นหนึ่ง สวมใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแตะ และใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ honda รุ่น wave i 110 สีขาวดำ ทะเบียน 1 กข 8847 นครพนมเป็นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ร่วมกันวางแผนในการติดตามจับกุม ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี และตามสถานที่ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นสถานที่หลบซ่อนตัว
โดยหนึ่งในทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 6 plus ซึ่งโดยปกติโทรศัพท์ยี่ห้อดังกล่าว หากเกิดการสูญหายจะสามารถทำการตรวจเช็คพิกัดและที่ตั้งได้ผ่านแอปพลิเคชันการค้นหา โดยทำการป้อน app ID และรหัสผ่านประจำเครื่องนั้นๆ ก็ทราบพิกัดและที่ตั้งของเครื่องดังกล่าวโดยทันที ในขณะที่เครื่องเปิดอยู่และมีการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากการตรวจสอบผ่านระบบดังกล่าวจึงได้ทราบว่าพิกัดและที่ตั้งสุดท้ายของเครื่องสามารถตรวจเช็คได้ว่า อยู่ในบริเวณหลังร้านชาบู ซอยพิชิตพัฒนา ถนนทัศนปทุม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ชุดจับกุมจึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวโดยทันที พร้อมได้สอบถามพนักงานร้านชาบูและได้ให้ดูรูป ตำหนิรูปพรรณ การแต่งกาย ยานพาหนะ
ซึ่งปรากฏในกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพบุคคลต้องสงสัยไว้ได้ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าพนักงานร้านชาบูยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิดนั้น คือนางสาวจินตนา เขียวค้า หรือแต๋น อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 20 หมู่ 13 บ้านภูกระแต ตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยพนักงานร้านชาบูสามารถยืนยันตัวตนและยานพาหนะที่ใช้อยู่เป็นประจำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากนางสาวจินตนาหรือแต๋นได้ติดต่อมาขอเช่าห้องพักหมายเลข 2 กับตนและพวกจึงได้เห็นความเคลื่อนไหวในการเข้าออกห้องเช่าโดยตลอดเวลา จึงสามารถจดจำได้ และนางสาวจินตนาได้ออกจากห้องพักไปได้ไม่นานก่อนเจ้าหน้าที่จะมาสอบถาม และเชื่อว่าจะกลับเข้ามาห้องเช่าดังกล่าวอีก เจ้าหน้าที่จึงได้แอบซุ่มอยู่ใกล้บริเวณห้องเช่าหลังดังกล่าว
ต่อมาในวันเดียวกันปรากฏว่า นางสาวจินตนาหรือแต๋นขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น wave i 110 สีขาวดำ ทะเบียน 1ก 8847 นครพนม เข้ามาจอดบริเวณห้องเช่าหมายเลข 2 ตำรวจจึงได้แสดงตนทำการสอบถาม นางสาวจินตนาหรือแต๋นจึงให้การรับสารภาพว่าตนคือคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ในเขตพื้นที่ สภ.เมืองนครพนม ระหว่างวันที่ 5-12 สิงหาคม เป็นจำนวน 8 หลังจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงตรวจค้นภายในห้องเช่าหมายเลข 2 และยึดไว้เป็นของกลาง คือ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ที่ผู้ต้องหาได้ใช้เป็นยานพาหนะในการลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้มีอาวุธมีด 1 เล่มซึ่งผู้ต้องหาได้ใช้เป็นเครื่องมือในการลงมือก่อเหตุ ทำลายประตูหน้าต่างสิ่งกีดขวางเพื่อเข้าไปลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ภายในสถานที่เกิดเหตุ โดยตรวจยึดได้ภายในห้องเช่าใต้ที่นอน พร้อมทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยไปหลายรายการจึงนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครพนม
นางสาวจินตนาหรือแต๋นให้การยอมรับว่าเมื่อวันที่ 5-12 สิงหาคม 2564 ได้ลงมือเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านจำนวน 8 หลัง และได้ของกางเป็นทรัพย์สินเกือบ 100 รายการ โดยอ้างว่าเคยทำงานอยู่ใน กทม. ภายหลังตกงานจากพิษโควิดจึงแยกทางกับสามี ที่มีอาชีพขับรถอยู่ในกรุงเทพฯ จึงเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมลูกอีก 3 คน วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ให้พ่อมาเช่าห้องในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อหางานทำช่วงโควิดระบาด แต่ไม่มีที่ไหนรับเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ระหว่างนั้นที่ขับรถจักรยานยนต์หาสมัครงาน เห็นบ้านหลายหลังไม่มีคนอยู่ จึงสบโอกาสใช้มีดพร้าที่พกมาด้วยงัดประตูหน้าต่างกวาดทรัพย์สินไปเก็บไว้ในห้องเช่า และทยอยนำออกขายโดยมีทองรูปพรรณที่ขโมยมาแล้วไปเปลี่ยนลายใหม่ที่ร้านทองเขตเทศบาลเมืองนครพนม และพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าตำรวจได้ติดต่อผู้เสียหายทั้งหมดมาตรวจสอบทรัพย์สินและให้การยืนยันว่าของกลางดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของพวกตนที่ได้สูญหายไปจริง ร.ต.อ.(หญิง)จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม แจ้งข้อกล่าวหาว่า”ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมโดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ” ผู้เสียหายสามารถไปดูทรัพย์สินของกลางได้ที่ สภ.เมืองนครพนม

#อีสานเดลี่ออนไลน์