ขอนแก่น(ชมคลิป)เหยื่อแก๊งกระเทยโหดยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด ตร.เตรียมแรกเพื่อนร่วมก๊วนสหบาทาสอบปากคำ

ครอบครัวเด็กหญิงวัย 14 ปี โดนรุมทำร้าย ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ด้านตำรวจเตรียมเรียก 2 ฝ่ายพูดคุยไกล่เกลี่ย หากตกลงกันไม่ได้ก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอน

                วันที่ 4 ก.ค.64 ความคืบหน้ากรณีมีคลิปเด็กหญิง วัย 14 ปี ถูกกลุ่มคู่อริกว่า 10 คน ทำลายประตูบ้านบุกรุกเข้าไปลากตัวเด็กหญิงออกจากห้องนอนมาทำรุมร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีมีชาวบ้านเข้ามาช่วยไว้ทันเรียกรถพยาบาลให้ ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะพากันหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา

                เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.ค.2564 พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น เผยว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความก็ได้ทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บไว้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับส่งตัวผู้บาดเจ็บไปตรวจร่างกายที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชกระนวน เพื่อให้แพทย์ลงความเห็นว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ และได้เรียกคู่กรณีที่ปรากฏในคลิปวงจรปิดมาสอบปากคำตามขั้นตอน โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้เข้าพบเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ยกันก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

           ในส่วนของผู้ที่ได้รับความเสียหายคือน้องพราว ที่บ้านเลขที่ 472 ม.7 ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของน้องพราว ได้เผยว่า อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเป็นเหตุการณ์ทุกอุกอาจ หากไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายเชื่อว่ากลุ่มนี้จะต้องไปทำกับคนอื่นอีก ซึ่งมูลเหตุของเรื่องนั้นเกิดจากการที่กลุ่มคู่อริซึ่งเคยเป็นเพื่อนกันแต่ห่างหายกันไปนานแล้ว ตามหาเรื่องตนเองเพราะความหึงหวงที่คนคุยเก่าของคู่กรณีมาคุยกับตนเอง โดยไม่ได้ฟังเหตุผลอะไรเราก่อน เพราะตนเองก็ไม่ทราบว่าทั้งคู่เคยคบกันมาก่อน ที่ผ่านมาถูกคู่กรณีตามหาเรื่องมาตลอด กระทั่งหนักขึ้นเรื่อยๆจนล่าสุดถูกรุมทำร้ายร่างกายจนเลือดออกจมูกออกปากเข้าโรงพยาบาล หลังเกิดเรื่องก็ไม่มีใครมาขอโทษหรือคุยด้วย มีเพียงโพสต์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนจะลบโพสต์แล้วขาดการติดต่อ

                ด้านนาย สุธี คำสำโรง อายุ 29 ปี พี่ชายของน้องพราว เผยว่า หลังเกิดเหตุได้พาน้องเข้าแจ้งความ ทางตำรวจบอกให้ไปหาผู้ใหญ่บ้านที่บ้านนาคำน้อย หมู่ 9 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่บ้านของคู่กรณีอยู่ โดยผู้ใหญ่บ้านรับเป็นคนกลางพูดคุยไกล่เกลี่ยให้โดยมีการคุยกับทางผู้ใหญ่บ้าน 2 ครั้ง ครั้งแรกยังตกลงกันไม่ได้ กระทั่งครั้งที่สองผู้ใหญ่บ้านบ้านนาคำน้อยโทรศัพท์มาบอกกับตนเองว่าให้ทางตนเองดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย เพราะไม่สามารถตกลงกันได้ ตนเองจึงแจ้งทางพนักงานสอบสวนว่าขอดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยทางตำรวจจะเรียกตนเองและคู่กรณีมาพูดคุยกันอีกครั้งที่โรงพัก เบื้องต้นนั้นหากตกลงกันไม่ได้ก็ยืนยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับทุกคนที่รุมทำร้ายน้องสาวตนเอง เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุที่อื่นอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นคดีบุกรุกและพยายามฆ่า อยากจะฝากถึงวัยรุ่นอยากให้ใช้สติมากกว่านี้ อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์หากไม่มีคนมาช่วยน้องสาวในวันเกิดเหตุแล้วพลั้งมือจนเสียชีวิตพอเกิดเรื่องมารับผิดชอบไหวหรือไม่ อีกทั้งยังข่มขู่ว่าจะเผาบ้านจะฆ่าให้ตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่อุกอาจและไม่กลัวต่อกฎหมาย อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด.