“พล.ต.ท.นพเก้า” ลุยงานทันทีหลังรับตำแหน่ง ผนึกกำลังตำรวจชายแดนโขง 174 กม. สั่ง Re X-Ray 100% กวาดล้างทั้งผู้ค้า ผู้เสพ ขยายผลถึงผู้บงการและเส้นทางการเงิน ลั่นตำรวจเอี่ยวค้ายาเจอจัดการเด็ดขาด

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.นพเก้า โสมนัส ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) เปิดภารกิจวันแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา นำคณะลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมหน่วยตำรวจตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง ติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อขัดข้องจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง ท่ามกลางความเข้มข้นของการเฝ้าระวังเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแดน
ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมมีแนวชายแดนติดแม่น้ำโขงยาวประมาณ 174 กิโลเมตร มีจุดเสี่ยงต่อการลักลอบขนยาเสพติดและการก่ออาชญากรรมข้ามชาติหลายพื้นที่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ตำรวจภูธรภาค 4 ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดย พล.ต.ท.นพเก้า กำชับให้ทุกหน่วยยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ให้พื้นที่ชายแดนกลายเป็นช่องทางของขบวนการค้ายาเสพติด
พล.ต.ท.นพเก้า กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับทราบปัญหาจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจริง ทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ และข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพิจารณาสนับสนุนและเสริมศักยภาพให้ตำรวจชายแดนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

พร้อมย้ำว่า การปราบปรามยาเสพติดจะไม่หยุดอยู่แค่การจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลาง แต่ต้องเดินหน้าสืบสวนสอบสวนเชิงลึก ใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อขยายผลไปถึงผู้ค้า ผู้สั่งการ นายทุน เส้นทางลำเลียง และเส้นทางการเงิน มุ่งตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนป้องกันและปราบปรามให้ตรงกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจขับเคลื่อนมาตรการ “1 สภ. 1 ตำบล” และ Re X-Ray 100% เร่งตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ค้า ผู้เสพ บุคคลพ้นโทษ ผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงบุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง ให้เป็นปัจจุบันและสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง เพื่อให้ตำรวจเข้าถึงปัญหาในระดับชุมชน ป้องกันการกลับมาก่อเหตุซ้ำ และลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม

ขณะเดียวกัน ยังเน้นย้ำเรื่องวินัยและความโปร่งใสของข้าราชการตำรวจ โดยกำชับทุกหน่วยควบคุมดูแลกำลังพลอย่างเข้มงวด ห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด พร้อมให้ตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้บุคคลในองค์กรเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมเสียเอง
สำหรับพื้นที่ชายแดน ได้สั่งเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ทั้งการลักลอบขนยาเสพติด การนำทรัพย์สินหรือรถยนต์ที่ได้จากการกระทำความผิดข้ามแดน ตลอดจนการใช้ช่องทางธรรมชาติในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โดยให้บูรณาการข้อมูลและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดตั้งแต่พื้นที่ชายแดน
พล.ต.ท.นพเก้า กล่าวทิ้งท้ายว่า การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาและกำลังหลักทั้ง 5 เสือของแต่ละสถานีตำรวจ ที่ต้องร่วมกันดูแลพื้นที่ ดูแลกำลังพล และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมยืนยันว่าหากหน่วยใดขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติงาน ก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
การลงพื้นที่นครพนมตั้งแต่วันแรกของการรับตำแหน่ง สะท้อนแนวทางการทำงานของ ผบช.ภ.4 ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงพื้นที่ รับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงาน และยกระดับมาตรการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแนวชายแดนแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการป้องกันและสกัดกั้นเครือข่ายผิดกฎหมาย
ในประเทศ