ตำรวจภาค 4 ขยายผลจับกุมเครือข่ายบัญชีม้า หลังตรวจยึด SIM BOX ขยายผลจับเครือข่ายบัญชีม้าได้ 6 ราย

16 ม.ค. 68 พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปอส.ภ.4 ได้จับกุมเครือข่ายธุระจัดหาบัญชีม้าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยมีพฤติกรรมจัดหาบัญชีม้าให้กลุ่มคนจีนนำไปใช้ในการกระทำความผิด
จากการขยายผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย น.ส.สุภาภรณ์ อายุ 41 ที่อยู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 214/2568 ลงวันที่ 19 กันยายน 2568 นายวีระศักดิ์ อายุ 60 ที่อยู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 269/2568 ลง 18 พ.ย.2568 น.ส.สุดใจ อายุ 39 ปี ที่อยู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 221/2568 ลงวันที่ 21 ก.พ. 2568 และนายวุฒิชัย อายุ 32 ปี ที่อยู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 220/2568 ลงวันที่ 21 ก.พ. 2568 
ในความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง โดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด ”

พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้มีการตรวจยึด SIM BOX ที่จังหวัดหนองคาย ต่อมาได้มีการขยายผลในฐานข้อมูลคดีออนไลน์ พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มีความเชื่อมโยงกับการรับแจ้งเลขคดีออนไลน์ ตั้งแต่ห้วงเดือน พ.ย.2567 – พ.ย.2568 จำนวน 38 Case ID รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30,284,510.48 บาท ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวอาจเชื่อมโยงถึงกลุ่มต่าง ๆ เป็นขบวนการ จึงทำการขยายผลเพิ่มเติม ถึงบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาในการเปิดบัญชีธนาคาร แล้วมีการ ได้นำไปใช้ในการกระทำความผิด
ทราบว่ามี หญิงอายุประมาณ 30 ปี ชายอายุประมาณ 55 ปี ขับรถยนต์สีขาวลักษณะตู้เล็ก มารับบัญชีธนาคารไปส่งที่ชายแดน จ.สระแก้ว และได้ทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยปะการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” และร้องทุกข์ดำเนินคดี ที่ สภ.บ้านผือ จว.อุดรธานี จำนวน 2 ราย และพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอหมายจับผู้ต้องหาที่มารับบัญชีดังกล่าวไปส่งที่ จ.สระแก้ว ทั้ง 2 คือ นายเกียรติศักดิ์ดา อายุ 56 ปี ที่อยู่ อ.เมือง จ.หนองคาย หมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 576/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2568 และน.ส.รัชนก อายุ 37 ปี ที่อยู่ อ.สระใคร จ.หนองคาย หมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 575/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2568

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 19.30 น. กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย โดยเข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก นายเกียรติศักดิ์ จับกุมตัวพร้อมของกลางต่าง ๆ จำนวน 7 รายการ โดยจับกุมในคดีครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะ พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก, กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 25 นัด ซึ่งตรวจค้นพบในขณะจับกุม อีกคดีหนึ่ง และเข้าตรวจค้นบ้านพัก น.ส.รัชนก จับกุมตัวพร้อมของกลาง จำนวน 10 รายการ เป็นสมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่นพร้อมโทรศัพท์มือถือ พร้อมทำการตรวจยึดเงินสด จำนวน 103,790 บาท

ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับว่า ตนเคยไปทำการขายบัญชีให้กับกลุ่มคนจีน โดยส่งผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศลาว ได้ค่าจ้างบัญชีละ 1,400 บาท ผ่านนายติ๊ก คนไทย ไม่ทราบชื่อสกุลจริง หลังจากนั้นก็ติดต่อส่งบัญชีกันเรื่อยมา โดยนายติ๊กจะปกปิดร่องรอยการติดต่อ และจะนัดหมายส่งบัญชีแถว จ. หนองคาย ซึ่งหลังจากรัฐบาลมีการกวาดล้างกลุ่มบัญชีม้า นายติ๊กจะรับซื้อบัญชีในราคา 3,000 บาท

จาการตรวจสอบประวัติการกระทำควาผิดพบว่า นายเกียรติศักดิ์ดา เคยถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อปี 2566 ที่เรือนจำคลองเปรม น.ส.รัชนก เคยถูกดำเนินคดี “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฯ, นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ฯ” ที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ตามหมายจับที่ จ.219/2567 ลง 19 ธ.ค.2567
คลิป, อาชญากรรม