“พลเอกรังษี ปลุกคนอุดรฯ เลือกพรรคเศรษฐกิจ รับเงินเทา แต่อย่าเลือกพวกแจกเงิน

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ศาลหลักเมือง จ.อุดรธานี พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานี เริ่มจากกราบไหว้พระพุทธโพธิ์ทอง ศาลหลักเมืองอุดรธานี และองค์ท้าวเวสสุวัณ โดยมีคณะผู้สมัคร สส.พรรคเศรษฐกิจ จาก อุดรธานี หนองคาย เลย และ จ.หนองบัวลำภู เดินทางมาให้การต้อนรับ ก่อนจะนำคณะทั้งหมดร่วมกันกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าองค์ท้าวเวสสุวัณ
ใจความว่า “จะจงรักษ์ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค เพื่อประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมือง และประชาชน และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือตัดสินโทษ หากมีการกระทำผิดต่อคำมั่นสัญญา”
ต่อจากนั้น พล.อ.รังษีฯ พร้อมทีมงาน ได้เดินไปขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียง แห่ไปตามถนนพานพร้าว ถนนโพศรี ถนนนิตโย และถนนสายหลักภายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และลงเดินตลาดบ้านห้วย เพื่อแจกแผ่นพับขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อกับข้าวมื้อเย็น
พลเอกรังษี เปิดเผยว่า วันนี้ปัญหาของชาติไม่มีอันดับแรกอันดับสอง เรามีปัญหาใหญ่อยู่ 3 วิกฤติ 1.เศรษฐกิจ 2.การฉ้อราษบังหลวง 3.ความมั่นคง พรรคเราจะทำไปพร้อมๆกัน ด้านเศรษฐกิจ โครงการรถไฟความเร็วสูงและโอเชียนลิงค์ ต้องเกิดขึ้นทันที จะต้องมีการเซ็น MOU ภายใน 1 เดือน และจะมี MOU พ่วงกับรัฐบาลจีนในเรื่อง 2 เรื่อง คือ การท่องเที่ยว และการซื้อสินค้าการเกษตรล่วงหน้า ประชาชนคนภาคอีสานจะพลิกฟื้นโดยทันที ทั้งในเรื่องค่าครองชีพและการเป็นหนี้
เรามีกับดักหนี้ 3 ก้อน ทั้งรัฐบาล ประชาชน และนักธุรกิจ กว่า 55 ล้านล้านบาท มันไปต่อไหวแล้ว เราต้องเอาการท่องเที่ยวกลับมา ต้องเอาภาคการเกษตรกลับมา เพราะมีเกษตรกรกว่า 10 ล้านครัวเรือน 30 ล้านคน ส่วนภาคอุตสาหกรรม เราจะทำเป็นครั้งในชาติไทยตั้งแต่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย เราจะทำใบส่งออกเกษตรกร จะเป็นผู้ปลูกและผู้ขาย จากนี้นายทุนต้องมาเป็นลูกน้องเกษตรกร
ส่วนการฉ้อราษฎร์บังหลวง หากเราได้ สส.ข้างมากในสภา จะแก้กฎหมายการคอรัปชั่น หากข้าราชการผิด ม.157 เป็นการประหารชีวิตทั้งผู้ให้และผู้รับ โทษประหารชีวิตและโทษขังไม่มีการลดโทษ ส่วนปัญหาความมั่นคง ตอนนี้มีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเรื้อรังคาราคาซังมา ตนก็จะต้องแก้ไข หรือแม้แต่เพื่อนบ้านชั่วอย่างฮุนเซน มันมีวิธี แต่เราต้องใช้นายกที่มีความรู้เกี่ยวกับความมั่นคงและเศรษฐกิจ และต้องกล้าทำ
จากประเด็นที่มีการเปิดเผยชื่อ 10 นักการเมือง โยงพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ และทุนเทา เรื่องนี้ไม่ต้องถึงท่านรัฐมนตรียุติธรรม ผมได้ข่าวมาจาก จีน รัสเซีย รวมถึงอเมริกา เรามีสแกมเมอร์จริงๆ มันมีข้อมูลไปถึง CEO ของสถาบันการเงิน เป็นตัวฟอกเงินให้ทั้งหมดในประเทศไทย และสแกมเมอร์ยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อีกหลายสอบบริษัท อยู่ในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกว่า 30 บริษัท รวมถึงธุรกิจอื่นๆ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท เราเพิ่งอายัดเงินได้แค่ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
“เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งรอบนี้น่ากลัวมาก หากพวกสแกมเมอร์เอาเงินมาซื้อเสียง สัก 2 หมื่นล้านแล้วได้เสียงไปเกินครึ่ง ประเทศเราจบเห่แน่ ก็ขอเรียกร้องให้ประชาชน หาพบใครมาแจกเงิน ให้คิดเลยว่านั่นมันเป็นเงินสแกมเมอร์ และพวกนี้คิดมาโกงชาติ ท่านรับเงินได้ แต่ขอให้กาพรรคที่ไม่ได้แจกเงิน”
พลเอกรังสี ได้ตอบคำถามที่ว่าหนักใจหรือไม่ ที่ลงพื้นที่อุดรฯ ที่เป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง ว่า ผมไม่เคยหนักใจเพราะผมไม่มีสี วันนี้สีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน ตนมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ประเทศติดหนี้ ประชาชนติดหนี้ นักธุรกิจติดหนี้ แล้วคุณคิดว่าเราจะมาทะเลาะกันเรื่องอะไร ที่ผ่านมาทะเลาะกันเรื่องสีเสื้อไม่เห็นประเทศนี้มันจะดีขึ้นเลยมีแต่แย่ลง มันเป็นการแบ่งแยกคน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ สื่อเองก็ควรเลิกได้แล้ว ให้เรียกเป็นชื่อพรรคการเมืองไป มันต้องหมดเวลาแล้วในการแบ่งสีเสื้อ พรรคเศรษฐกิจไม่มีสีเสื้อ พรรคเรามีแต่คิดว่าจะทำยังไงให้ประชาชนรอด ให้บ้านเมืองรอด สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องอยู่ยงคู่กับประเทศไทยต่อไปอีกนานแสนนาน
หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวต่อไปว่าส่วนที่ถามว่าจะร่วมกับพรรคไหนหรือไม่นั้น ผมไม่ร่วมใคร เพราะตอนนี้เป็นเรื่องของประชาชน อย่าเพิ่งดูถูกประชาชน ผลโพล์ที่ออกมาบอกว่า คนนั้นจะได้เท่านั้นเท่านี้ คุณรู้ได้ยังไง คุณสำรวจแค่ 2 พันคน แล้วมาสรุปว่าเป็นเสียงประชาชน หลังจากวันที่ 8 ก.พ. เราค่อยมาว่ากัน เพราะประชาชนอาจจะไม่เลือกพรรคเศรษฐกิจเลย หรืออาจจะเลือกพรรคเศรษฐกิจแบบแลนด์สไลด์แบบที่ผมขอก็ได้ อย่าเพิ่งไปทำอะไรทั้งนั้น เอาความจริง เอานโยบายขายแล้วให้ประชาชนชนตัดสิน
“วันนี้เงินสแกมเมอร์เข้ามาแน่ การซื้อเสียงมันหัวละ 5 พัน จ่ายก่อน 2 พัน อีก 3 พัน จะจ่ายก่อนวันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นประชาชนเรารับเงินมัน แต่อย่ากาเบอร์มัน ท่านเข้าคูหามันไม่รู้หรอกว่าเรากาเบอร์อะไร ไอ้คนรับผิดชอบก็คือคนที่เป็นหัวคะแนนที่รับเงินนักการเมืองมาแจก ถ้ามันได้ไม่ตรงเป้า มันก็โดนกระทืบหรือโดนยิงทิ้ง ก็เรื่องของมัน สมน้ำหน้า

การเมือง