เกษตรหนองบัว จับมือ ม.ราชภัฏโคราช และ ม.ราชภัฏอุดร ร่วมวิจัยข้าวสู่ไร่นา แปรรูปข้าวหอมมะลิระยะเม่า เพื่อผลิตข้าวพรหมจรรย์ที่แปลกใหม่ เกี่ยวข้าวใต้แสงจันทร์ สร้างมูลค่าให้เกษตรกรขายข้าวหอมมรกต หรือ ข้าวพรหมจรรย์ ได้กิโลกรัมละ 300 บาท
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลฝั่งแดง บ้านสุขสำราญ ตำบลฝั่งแดง อำเภอนากลางจังหวัดหนองบัวลำภู ของนายปรีชา วุฒิสาร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลฝั่งแดงบ้านสุขสำราญ สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมเกษตรและสหกรณ์จังหวัด พลังงานจังหวัด ผอ.สวท.หนองบัวลำภู และผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการในระดับจังหวัด อำเภอ ผู้นำชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมกันเกี่ยวข้าวใต้แสงจันทร์ โดยมีนางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดงานพร้อมจับเคี่ยวเกี่ยวข้าวใต้แสงจันทร์ซึ่งเป็นยุทธวิธีของโครงการวิจัยสู่ไร่นาที่นำมาต่อยอด เพื่อการวิจัยแปรรูป ข้าวหอมมะลิระยะเม่า จะทำให้ได้ทั้งคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ บรรยายและฝึกปฏิบัติ สนับสนุนเครื่องนึ่งข้าวฮาง ที่ได้มาตรฐาน ขนาดบรรจุ 60 – 80 กิโลกรัม พร้อมบรรจุภัณฑ์ เพื่อผลิตข้าวพรหมจรรย์ ชั้นพรีเมี่ยม ขายได้กิโลกรัมละ 300 บาท
นายอำพน ศิริคำ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวถึงกิจกรรมดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2569 จังหวัดหนองบัวลำภู ได้อนุมัติงบประมาณพัฒนาจังหวัด เพื่ออบรม การผลิตข้าวพรหมจรรย์ จำนวน 210 ราย (อำเภอนากลาง 2รุ่นๆละ30ราย อีก5อำเภอๆละ30ราย) โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 3 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ซึ่งข้าวหอมมรกต หรือข้าวพรหมจรรย์ เป็นการเก็บเกี่ยวข้าวในระยะน้ำนม หรือหลังตั้งท้องประมาณ 7 – 10 วัน ซึ่งเป็นระยะที่เมล็ดยังอ่อน มีบางส่วนยังไม่แข็งตัวแล้วนำมาผ่านกระบวนการผลิตแบบข้าวฮาง พร้อมกับใช้เทคนิคในการเก็บเกี่ยวในช่วงแดดร่มลมตก หรือช่วงเวลากลางคืนจนถึงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ทั้งนี้เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการให้มากที่สุด คงความหอม และสีเขียวมรกต ของข้าวระยะเม่า และจากการศึกษาพบว่า ข้าวหอมมรกตมีสารโฟเลตในระดับที่สูง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีมีครรภ์
โดยในวันเดียวกันตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นมา สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ กระบวนการผลิต ข้าวพรหมจรรย์ (ข้าวหอมมรกต) ทั้งการบรรยายและฝึกปฏิบัติแก่เกษตรกรเป้าหมาย จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนข้าวฮางบ้านสุขสำราญ ตำบลฝั่งแดง และกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง รวมจำนวน 80 คน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำโครงการวิจัยมาต่อยอด งานวิจัยสู่ไร่นา เพื่อการวิจัยแปรรูปข้าวหอมมะลิระยะเม่า จะทำให้ได้ทั้งคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของการผลิตข้าวพรหมจรรย์ ที่ต้องเก็บเกี่ยวในห้วงเวลาที่ไม่มีแสงแดด เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการ คงความหอมและสีเขียวมรกตของข้าวระยะเม่า ซึ่งการผลิตข้าวพรหมจรรย์ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตกต่ำให้ได้ราคาสูง ที่จังหวัดอื่นๆซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญ ในการยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร ขณะที่จังหวัดหนองบัวลำภู มุ่งพัฒนาและต่อยอดให้สอดรับกับวิสัยทัศน์จังหวัดหนองบัวลำภู ที่ว่า “เกษตรเพิ่มมูลค่า เมืองผ้า น่าอยู่น่าเที่ยว” เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวในที่สุด
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ /ใบเฟิน ศรีวิสุทธิชัย รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู
ในประเทศ