อุดรธานี(ชมคลิป) ตำรวจอุดรฯ ตามรวบหนุ่มไบร์เกอร์ถึงเมืองครฯ ปลอมเฟสหลอกซื้อ-ขายบิ๊กไบค์พบมีเงินหมุนเวียน 30 ล้าน


วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ที่หน้า กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.ฯ พร้อมด้วยตำรวจสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสหรักษ์ รอดทอง อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 182/4 ถ.ราชนิคม ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ในข้อกล่าวหา”ฉ้อโกงทรัพย์ , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และหลักฐานการติดต่อซื้อขายสินค้าในเฟสบุ๊กปลอม
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจาก นายนริศ ศรีวิโรจน์ อายุ 34 ปี ชาว ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี นักธุรกิจซื้อขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ถูกบุคคลที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ”Neeking Soser” ติดต่อซื้อขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มือสอง ยี่ห้อคาวาซากิ ในราคา 128,000 บาท โดยใช้วิธีการหลอกลวงทั้งผู้รับซื้อและเจ้าของรถจักรยานยนต์ ก่อนที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาที่ วางแผนเตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับพ่อค้าคนกลาง จับแพะชนแกะที่เกิดความเสียหายทั้งสองฝ่าย ส่วนตัวเองจะได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ ก่อนปิดเฟซบุ๊ก หลังได้รับเงินที่ผู้เสียหายโอนอาเข้าบัญชี โดยที่เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่แท้จริงไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว แต่รถจักรยานยนต์ที่ขายได้มอบให้กับผู้ซื้อไปเรียบร้อย จึงมีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ต่อมาตำรวจ กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี ทำการแกะรอยสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยีจนทราบตัว และได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ชลบุรี หลังมี นายเจริญ มั่งพึ่งพร อายุ 38 ปี พ่อค้าขายเสื้อผ้าตลาดนัด ชาว จ.ระยอง ผู้เสียหาย ถูกหลอกซื้อขายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮาเล่ย์ เดวิดสัน ในราคา 280,000 บาท และมีผู้เสียหายถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 54/2563 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 เข้าค้นบ้านพักนายสหรักษ์ฯ เพื่อหาพยานหลักฐานในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ พบมีการใช้เฟซบุ๊ก 3 ผู้ใช้งาน เป็นของผู้ต้องหาจริงเพียง 1 ผู้ใช้งาน ส่วนอีก 2 เฟซบุ๊กนั้น เป็นการนำเอาภาพของผู้อื่นสร้างปลอมขึ้นมาใช้งาน และหนึ่งในเฟซบุ๊กปลอมใช้ภาพของนักเรียนนายสิบตำรวจ ส่วนโทรศัพท์มือถือใช้เฟซบุ๊กปลอมในชื่อ “เพชฌฆาต ดาวโจร” เพื่อนำมาประกอบในการประกาศซื้อบัญชีธนาคารเงินฝากของผู้อื่นในราคา 4,000-5,000 บาท เพื่อใช้ในการก่อเหตุ จำนวนมาก ตำรวจจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่ กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี และตรวจสอบเงินในบัญชีผู้ต้องหาพบมียอดเงินหมุนเวียนมากกว่า 30 ล้านบาท หลังก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2557 รวม 7 ปี
*พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายสหรักษ์ฯ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ที่ทำไปเนื่องจากติดเกมส์ออนไลน์ เมื่อครั้งเป็นเยาวชน เพราะไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์ในการเล่นเกมส์ จึงเกิดความคิดหลอกผู้เสียหายโดยใช้เฟซบุ๊กปลอมติดต่อซื้อขายสินค้า โดยการโอนเงินผ่านบัญชีที่ตนเองรับซื้อมาจากผู้อื่น โดยให้ผู้เปิดบัญชีบอกรหัสลับ และหมายเลขบัญชีธนาคาร ถึงจะได้เงินที่เสนอซื้อไป จากนั้นจะหาเหยื่อ โดยเอาภาพรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายประกาศขายตามเฟซบุ๊ก เอาข้อมูลไปเสนอขายให้กับผู้มีอาชีพซื้อขายรถจักรยานยนต์มือสองอีกทอด เมื่อได้เงินมาจะนำเงินไปซื้ออุปกรณ์เล่นเกมส์ออนไลน์ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในชีวิตประจำวัน ที่ทำไปเนื่องจากเคยถูกกระทำในลักษณะเช่นนี้มาก่อน จึงนำความรู้มาก่อเหตุกับผู้อื่น
ตรวจสอบในระบบอินเตอร์เน็ต ยังพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมในการหลอกลวงเอาทรัพย์สินหลายราย ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน รวม 7 ปี และยังไม่เคยถูกจับดำเนินคดีมาก่อน มียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีมากว่า 30 ล้านบาท จึงเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายราย หากผู้เสียหายเคยถูกคนร้ายรายนี้หลอกลวงหรือฉ้อโกงในลักษณะเช่นนี้ สามารถติดต่อข้อมูลประกอบคดีได้ที่ กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี และขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของท่านเอง รวมทั้งผู้ที่ขายบัญชีธนาคารให้กับคนร้ายรายนี้ อาจถูกดำเนินคดีด้วย”
ด้าน นายเจริญ มั่งพึ่งพร ผู้เสียหายรายสุดท้าย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนโพสต์ขายรถจักรยานยนต์ฮาเลย์ เดวิดสัน รุ่นสปอร์ทเตอร์ 48 สีดำ ในกลุ่มซื้อขายรถจักรยานยนต์ทั่วไปในเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์มือสองที่ตนโพสต์ขายมานานแล้ว ทีแรกเปลี่ยนใจว่าจะไม่ขาย แต่ไม่ได้ลบโพสต์ออก จากกนั้นได้มีคนร้ายมาติดต่อซื้อรถตกลงกันในราคา 280,000 บาท โดยคนร้ายมีข้อแม้หลายอย่างในการติดต่อซื้อขาย ทั้งคนที่จะซื้อรถและตนที่จะขายรถ ก่อนโดนหลอกกันทั้งคู่ โดยนัดมอบรถกันที่ อ.บางแสน จ.ชลบุรี และโอนเงินเข้าบัญชีคนร้ายตามข้อตกลงกันกับคนร้ายไว้ ซึ่งขณะนั้นทั้งผู้ซื้อและขายไม่มีใครรู้มาก่อน และคนร้ายได้ปิดระบบการสื่อสารทุกอย่างหนี หลังเงินถูกโอนเข้าบัญชีสำเร็จ หลังตำรวจจับตัวคนร้ายได้และทราบข่าวจากเพื่อน
“ จึงเดินทางมาติดต่อขอเงินค่ารถที่ตนขายไป เพื่อจะได้นำไปไถ่รถของตนกลับคืนมาจากคนที่รับซื้อที่แท้จริง เนื่องจากสภาวะไวรัสโควิดระบาดไม่ได้ขายเสื้อผ้า จึงตัดสินใจขายรถไปในราคาที่ถูกมาก จากลงโพโสต์ขายในราคา 420,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาก็ยอมชดใช้คืน และตนก็ให้อภัยคนร้าย แต่ทางกฎหมายก็ว่ากันไปตามขั้นตอน และที่ยอมขายรถที่แสนรักและหวง เพราะต้องการซื้อที่ดินไว้ดูแลสุนัขและแมวจรจัดได้มีที่อยู่อาศัย”

รัฐธนินท์อ​ุดร