อุดรธานี-เปิดชีวิตคุณยายวัย65ปีกับหลานชายคน อายุ4-8 ขวบ เข็นรถสองล้อ เก็บเศษขยะหาเลี้ยงชีพวอนผู้ใจบุญให้ความช่วยเหลือ

วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เวลา 12.30 น. จากกรณีที่กลุ่มครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน ในจังหวัดอุดรธานี ออกสำรวจชุมชนที่รับผิดชอบ พบกับเด็กชายสองพี่น้อง ที่อาศัยอยู่กับยายเพียง 3 คน ในเพิงหมาแหงนไม่มีฝากั้น มีเพียงชุดนักเรียนชุดเดียว บางวันยายซักตากไม่แห้งก็ไม่ได้ไปโรงเรียน แถมบางวันเก็บเศษขยะขายไม่ได้ เพราะเศษขยะราคาตกต่ำ หลานทั้งสองคนก็ไม่ได้ไปโรงเรียนอีก วอนขอความช่วยเหลือผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือให้หลานทั้งสองมีเสื้อผ้าชุดนักเรียนและให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

โดยกลุ่มครูผู้สอนเด็ดเร่ร่อน กศน. อ.เมือง จ.อุดรธานี นายกรวุฒิ คันธะบุปผา น.ส.สุปราณี คุณสิงห์ และ นายสุทธิพงษ์ กุแก้ว ได้นำผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังชุมชนบ้านมั่นคงโพธิ์ทอง ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี พบว่า เป็นชุมชนสลัมที่มีผู้อาศัยส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเป็นคนเก็บเศษขยะขาย และพบว่าในชุมชนมีเพิงพักไม่มีเลขที่ มุงด้วยสักกะสี ไม่มีฝากั้น 3 ด้านยกพื้นสูงประมาณ 70 ซ.ม. กว้าง2เมตรยาวประมาณ 3 เมตรเศษ ซึ่งเป็นที่อยู่หลับนอนของ นางจันทร์เพ็ญ ทิ้งโคตร อายุ 65 ปี เป็นยายของ ด.ช.มงคล เสี้ยวทองหรือ เคน อายุ 4 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลของศูนย์เด็กเล็กวัดโพธิ์ทอง เทศบาลนครอุดรธานี และ ด.ช.ณัฐตพล เสี้ยวทอง หรือ ตะวัน อายุ 8 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียน เทศบาล 8

นางจันทร์เพ็ญฯ เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็กชายทั้งสองคน ซึ่งได้ย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนนี้พร้อมกับหลานชายทั้งสองคนได้ประมาณ 1 ปี โดยอาศัยที่ดินว่างหลังบ้านของคนในชุมชนปลูกเป็นเพิงพักเพื่อใช้อาศัยหลับนอน โดยไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่างใช้ ส่วนห้องน้ำก็จะไปขอเพื่อนบ้านใช้ หากช่วงฤดูฝนมีฝนตกมาก็จะลำบากมากเนื่องบริเวณดังกล่าวเป็นที่ต่ำจะน้ำท่วมขัง

นางจันทร์เพ็ญฯ เปิดเผยว่า หลานชายทั้งสองคนเป็นลูกของลูกสาวคนสุดท้องชื่อ ณัฐลีกา ทิ้งโคตร อายุ 23 ปี และนายวีระศักดิ์ เสี้ยวทอง อายุประมาณ 40กว่า ปี ปัจจุบันทั้งสองคนได้แยกกันอยู่ แล้วลูกสาวของตนก็ไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนตนก็ทำหน้าที่เลี้ยงดูหลายชายทั้งสองคนมาตั้งแต่ยังเล็กๆ ที่บ้านพ่อเขา ต่อมา ก็ได้แยกตัวออกมาจากพ่อของเด็กทั้งสอง มาอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้

โดยทุกๆ วัน ในตอนเช้าตนก็จะทำหน้าที่เข็นรถสองล้อ พาหลานทั้งสองไปส่งโรงเรียน โดยคนเล็กไปส่งที่ศูนย์เด็กเล็กวัดโพธิ์ทองที่อยู่ใกล้บ้าน แล้วก็เข็นรถไปส่งหลานชายคนโตที่โรงเรียนเทศบาล 8 แล้วก็กลับมาทำการคัดแยกเศษขยะที่เก็บมาได้ และในตอนบ่ายหลังจากไปรับหลานทั้งสองคนกลับจากโรงเรียน ก็จะพากันออกไปเก็บเศษขยะตามสถานที่ต่างๆจนค่ำมืด เพื่อที่จะมีเศษขยะไปขายในวันต่อไป ทำอย่างนี้ทุกวันไม่มีวันหยุด บางวันก็ได้น้อย บางวันก็ได้มาก
โดยเฉพาะหลานชายคนโต ซึ่งมีเสื้อผ้าชุดนักเรียนเรียนเพียงชุดเดียว ถ้าซักไม่แห้งก็ไม่ได้ไปโรงเรียน ส่วนรายได้หลักก็มาจากการขายเศษขยะ ซึ่งในช่วงนี้ราคาขายเศษขยะก็ราคาลดลงกว่าปกติ ตนก็จะมีรายได้เพียงวันละ50-100บาทเท่านั้น พอได้มาซื้อข้าวสาร และกับข้าว อาหาร มาทำกินกัน ซึ่งแบ่งเงินบางส่วนเอาให้หลานไปโรงเรียนก็หมดแล้ว ถ้าบางวันได้ขยะมาน้อย ก็จะต้องรออีกวันเพื่อจะได้นำขยะไปขาย เงินก็จะไม่มีซื้อข้าวและให้หลานไปโรงเรียน ซึ่งตนก็อยากวอนขอความช่วยเหลือผู้ใจบุญมาช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่ของตนและหลานทั้ง2คน

นายกรวุฒิฯ หนึ่งในกลุ่มครูผู้สอนเด็กเร่ร่อนฯ เปิดเผยว่า กลุ่มครูผู้สอนฯได้ทำการสำรวจชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ อ.เมืองอุดดรธานี พบว่า มีเด็กกลุ่มเร่ร่อน กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มไร้สัญชาติ เพราะไม่มีเอกสารการเกิด ประมาณ 60 ราย กระจายอยู่ในทุกชุมชน ส่วนในชุมชนโพธิ์ทองมี่มีอยู่ประมาณ 10 ราย ซึ่งกลุ่มของตนฯ จะต้องจัดตารางการสอนที่ชุมชนโพธิ์ทองในวันอังคาร พฤหัสบดีและวันศุกร์ ทุกๆสัปดาห์ และเวียนไปสอนในชุมชนแห่งอื่นๆด้วย ซึ่งในวันนี้ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง มามอบให้กับนางจันทร์เพ็ญฯ และชุดนักเรียนใหม่จำนวน2 ชุด และหนังสือเรียน ให้กับ หลานชายคนโต ของนางจันทร์เพ็ญฯ

สำหรับครอบครัวของนางจันทร์เพ็ญฯและหลานชายพบว่าเป็นครอบครัวที่มีความอัตคัดขัดสน ที่พักอาศัยก็ไม่ปลอดภัยในลักษณะเป็นเพิงพักชั่วคราว ไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากนางจันทร์เพ็ญฯ มีอายุมาก ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว เลี้ยงหลานชายทั้งสองคนก็กำลังอยู่ในวัยเรียน กำลังเจริญเติบโต ไม่มีชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน บางวันต้องหยุดเรียนเพราะยายไม่สามารถหาเงินได้พอที่จะให้หลานไปเป็นค่าขนมที่โรงเรียน หรือซักชุดนักเรียนแล้วไม่แห้งก็ต้องหยุดเรียน เพราะมีเพียงชุดเดียวเท่านั้น

ดังนั้นหากผู้มีจิตศรัทธา ต้องการที่จะบริจาคสิ่งของ ให้ติดต่อสอยถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก นายกรวุฒิ คันธะบุปผา ครูโอ๊ะ โทร. 087-4922202 หรือ น.ส.สุปราณี คุณสิงห์ ครูไก่โทร.089-0646534 ดังกล่าว