ศาลชุมแพพิพากษาพระอาจารย์ชัยชนะคดีบุกรุกป่าช้า รอการกำหนดโทษ 2 ปี

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 19 มี.ค.62 ที่ศาลจังหวัดชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ชาวบ้านและคณะลูกศิษย์ กว่า 200 คน เดินทางมาให้กำลังใจพระอาจารย์ชัยชนะ ภูริญาโณ เจ้าอาวาสสำนักปฏิบัติธรรมบ้านดอนหันโนนหินแห่ ต.โนนสะอาด อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หลังอัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ 1625/2561 ในข้อหา บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในวันที่ 3 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา และในวันที่ 21 ม.ค.62 ศาลมีคำสั่งนัดสอบคำให้การและตรวจสอบพยานเอกสาร หลักฐาน ก่อนเข้าสู่ขบวนการพูดคุยเจรจาในนัดแรก ซึ่งหลังจากเจรจาพูดคุยยังมีประเด็นที่ยังขัดแย้งกันอยู่จึงยังไม่ได้ข้อยุติ ศาลจึงมีคำสั่งให้วันที่ 14 ก.พ.62 นัดพร้อมตรวจพยานเอกสารอีกครั้งและเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งพระอาจารย์ได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เพื่อให้คดีความจบสิ้นโดยเร็ว ศาลจึงมีคำสั่งให้มาฟังคำตัดสินในวันที่ 19 มี.ค.62 นี้ โดยทั้งหมดได้ประกอบกิจสงฆ์ ฉันท์เช้า สวดมนต์ ที่บริเวณสนามหญ้าข้างลานจอดรถหน้าศาลจังหวัดชุมแพ พร้อมตั้งโต๊ะเปิดให้ญาติโยม ร่วมทำบุญบริจาคเงินสมทบทุน เพื่อต่อสู้คดี โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ศาล ดูแลความสงบเรียบร้อย บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ

ต่อมาเวลา 10.00 น. พระอาจารย์ชัยชนะ ภูริญาโณ นายสมบูรณ์ จินดาวิชชุ ทนายความส่วนตัว และลูกศิษย์คนสนิท ได้เดินขึ้นไปบนศาล เพื่อฟังคำตัดสิน ภายในห้องพิจารณาบัลลังก์ศาลที่ 4 โดยมีชาวบ้านที่มาให้กำลังใจรออยู่ภายในลานจอดรถหน้าศาล ใช้เวลาประมาณ  1 ชั่วโมง พระอาจารย์ชัยชนะพร้อมลูกศิษย์และทนายความ ได้เดินลงมาจากศาล พร้อมเปิดเผยว่า  อาตมารู้สึกดีใจที่ทางศาลท่านโปรดเมตตาตัดสินคดีความในวันนี้ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชนและพระภิกษุสงฆ์  และถือเป็นการทำหน้าที่แทนพระสงฆ์ทั่วประเทศว่าการทำความดี ช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือสังคม จะช่วยเป็นเกาะกำบังให้กับเราให้กับทางพระพุทธศาสนาของเราได้

ด้านนายสมบูรณ์ จินดาวิชชุ ทนายความ  เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารับฟังคำตัดสิน หรือคำพิพากษานั้น  ศาลโปรดมีคำพิพากษา  ให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งแตกต่างจากการลงโทษ รอลงอาญา 2 ปี  คือในระยะเวลา 2 ปี ถ้าหากมีการกระทำความผิดในคดีอาญาศาลจะยกคดีเดิมนี้มาตัดสินลงโทษอีกครั้ง และให้รื้อถอนทรัพย์สินและขนย้ายบริวารออกไป โดยไม่มีคำสั่งลงโทษปรับใดๆ และไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการรื้อถอนและขนย้ายบริวารออกใดๆทั้งสิ้น  เนื่องจากท่านเห็นว่า ทางพระสงฆ์ได้ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือประชาชน พร้อมกับพัฒนาวัด พื้นที่มาโดยตลอด จึงเป็นเหตุให้มีคำพิพากษาดังข้างต้น.

ทีมข่าว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น รายงาน