อุดรธานี-สาว17ปี เมาเรียกรถแกร็บคาร์ให้ไปส่ง แต่ขับพาไปจอดที่เปลี่ยว ลากตัวไปที่เบาะหลังลงมือข่มขืนยับ พี่ชายพาแจ้งความ

เมื่อเวลา08.30น วันที่ 20 กันยายน 62 นายเอนามสมมุติ อายุ23ปี ได้พา น.ส. บี นามสมมุติ อายุ17 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู เป็นนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนชื่อดัง ในตัวเมืองอุดรธานี มาแจ้งความกับ พ.ต.ต. เปลวทอง สารีนันท์ สารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่า น.ส.บี ได้เลือกใช้บริการรถแกร็บคาร์ ให้ไปส่งที่หอพัก แต่ขับพาไปจอดที่เปลี่ยวลงมือข่มขืน ซึ่งในตอนอยู่ในอาการเมาเหล้า แต่ก็รู้สึกตัวว่าตนเอง โดนลากไปข่มขืนที่เบาะด้านหลังรถ

น.ส.บี ให้กาว่า ในคืนวันที่ 18 กันยายน เวลา23.00 น. ตนเองได้เดินทางไปหอพักรุ่นพี่ เป็นผู้หญิงเรียนอยู่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีชื่อใน อ.เมืองอุดรธานี ที่รู้จักกัน​ เรียกมางานปาร์ตี้โดยมีผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 4 คน จนกระทั้งเวลา 02.00 น. ทุกคนเริ่มมีอาการเมากันจนหมดไม่สารถไปส่งตนได้ ตนจึงได้ใช้มือถือผ่าน แอพพลิเคชั่น เรียกรถแกร็บคาร์ เพื่อใช้บริการ ให้ไปส่งตนที่หอพัก ที่ตนเช่าอยู่ ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีสุข ในตัวเมืองอุดรธานี

จากนั้นตนเดินออกมาคนเดียว ยืนรออยู่หน้าปากซอย โดยรถแกร็บคาร์ เป็นรถเก๋งสีขาว ขับมาถึงแล้วจอด ตนจึงขึ้นไปบนรถฝั่งด้านคนขับ โดยได้ส่งตำแหน่ง หอพักที่ปักหมุดเอาไว้ ให้เขาขับไปส่ง ซึ่งเป็นชาย อายุ 30 ปี ซึ่งตอนนั้นตนเองอยู่ในอาการเมามาก แต่ก็รู้สึกบ้าง แล้วชายขับรถแกร็บคาร์ ได้รถไปจอดที่เปลี่ยวตนไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน แล้วเขาเข้ามาโอบกอด บอกว่าขอจูบปากหน่อย ตนบอกเขาไปว่ารู้สึกจะอ้วกหรืออาเจียน จะออกมา

ต่อจากนั้นคนขับรถแกร็บคาร์ ก็ลากตนไปอยู่ที่เบาะด้านหลังรถ ซึ่งในตอนนั้นตนเมาพอรู้สึกตัว แต่ก็หลับไป จนกระทั่งมารู้สึกตัวจะอ้วกหรืออาเจียน อออกมา ก็เลยลืมตาขึ้นมา เห็นกางเกงและกางเกงใน ของตน ถูกถอดลงมาที่เข่าแล้ว โดยคนขับรถแกร็บคาร์ ทำการลงมือข่มขืนตน ซึ่งตนได้พยายามจะดิ้นหรือดันเขาหนีออกไป แต่ในตอนสภาพของตนไม่มีแรงและเมามากด้วย หลังจากนั้นตนเองก็นอนหลับไปด้วยความเมา พอมารู้ตัวอีกครั้ง คนขับรถแกร็บคาร์ ได้ทำการปลุกตน ถึง 3-4 ครั้ง รถได้จอดหน้าหอพักตนแล้ว โดยตนได้จ่ายค่าโดยสารไปให้กับเขา ซึ่งค่าโดยสาร เป็นเงินจำนวน 70 บาท แต่ตนให้แบงก์ฉบับละ100 บาท จำนวน1 ฉบับ ให้กับเขา ซึ่งไม่รอเอาเงินทอน จึงได้ลงจากรถ แล้วรีบเข้าหอพักไป

น.ส.บี ให้การต่อว่า หลังจากนั้นตนนอนร้องไห้ คิดเรื่องที่เกิดขึ้นกับตน จึงได้โทรศัพท์ไปปรึกษา พี่ที่เป็นญาติกัน เล่าเรื่องให้ฟัง ก่อนเข้าไปตรวจสอบใน แอพพลิเคชั่น รถแกร็บคาร์ ที่ใช้บริการในคืนนั้น ทำให้ทราบทะเบียน และคนขับเป็นใคร แล้วพี่ชายเข้าไปติดต่อกับคนรถแกร็บคาร์ ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเขายอมรับว่า ได้ลงข่มขืนตนจริง จึงได้ให้พี่ชาย พามาแจ้งความดังกล่าว

นายเอ นามสมมุติ ได้บอกว่า พอน้องบอกว่าโดนข่มขืน แล้วเข้าไปตรวจสอบคนรถแกร็บคาร์ ได้รู้ชื่อคือนายอภิวันท์ ฯ จึงได้ทักไปทางเฟซบุ๊ก พูดคุยกับเขา นายอภิวันท์ ฯ โดยคนยอมรับว่า ได้ลงมือข่มขืนน้องสาว น.ส. บี จริง แต่เขาบอกว่าไม่อยากให้ไปแจ้งความ พยายามต่อรองว่าจะรับผิดได้อย่างไร โดยตนได้ถามเขากลับไปว่า จะรับผิดกับน้องสาวยังไง แต่เขาบอกว่าไม่รู้แล้วแต่น้องเลย

โดยนายอภิวันท์ ฯ พยายาม บอกว่าจะให้รับผิดชอบเป็นไหน หรือ เงินจำนวน เท่าไร ไม่อยากให้ไปแจ้งความดำเนินกับตัวเขา แต่ตนคิดว่าน้องสาว เสียหาย ทั้งร่างกายและจิตใจ เงินทองไม่สามารถซื้อสิ่งที่มันเสียไปแล้วกลับคืนมาไม่ได้ เพราะมันเป็นภาพที่จะติดตาน้องสาวไปตลอดชีวิต ต่อไปเวลาน้องสาวไปไหน ตนเองคงจะไปด้วย ไม่ไปล่อยให้กลับเองหรืออยู่คนเดียว ในตอนนี้เสียความรู้สึกมากและหมดความเชื่อถือ ที่เรียกรถมาใช้บริการ ซึ่งเรื่องคงต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พ.ต.ต. เปลวทอง สารีนันท์ เปิดเผยว่า ได้ทำการสอบปากคำเบื้องต้นผู้เสียหาย ซึ่งได้ทำหนังสือ ส่ง น.ส. บี ไปตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อในการหาร่องรอยของการโดนข่มขืน พร้อมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยว มาร่วมกันทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะเรียกตัว คนขับรถแกร็บคาร์ มาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อหา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รัฐธนินท์อุดร