เลย(ชมคลิป)รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและคณะตรวจเยี่ยมโครงการ”นาแห้วโมเดล” สานต่อนโยบายคนอยู่กับป่าอย่างเป็นสุข

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ส.ค.2562 ที่วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชัญษา อธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนหรือ คทช. ในพื้นที่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย โดย มีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ข้าราชการ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเลย เข้าร่วมต้อนรับจำนวนมาก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือการอนุรักษ์ผืนป่าที่เรามี แต่เมื่อเกิดกรณีที่ป่ารุกคนหรือคนรุกป่า จึงเกิดเป็นแนวทางนโยบาย คทช. ของรัฐบาลขึ้น โดยมีแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ และที่สำคัญเมื่อเกิดสถานการณ์ในลักษณะที่จังหวัดเลย ที่คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าต้องเรียนรู้ ที่รักษาและอนุรักษ์ป่าที่ตนเองอยู่ ไม่ใช่ทุบหม้อข้าวตัวเอง ป่าเป็นที่ที่ทำให้คุณมีกิน มีใช้ ดังนั้นต้องช่วยกันปลูกทั้งนี้ ต้องขอชื่นชม ชาวนาแห้วที่เป็นโมเดลตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆพื้นที่ เพราะว่าคนกับป่าต้องอยู่ร่วมกันได้ ความอุดมสมบูรณ์ของป่า และการทำการเกษตร จะต้องสามารถไปด้วยกันได้ในเชิงถ้อยทีถ้อยอาศัย เพราะพื้นที่ป่าของประเทศไทยนั้น ถูกรุกมากขึ้นจนกระทั่งเกิดอุบัติภัย น้ำท่วม น้ำแล้ง ล้วนเกิดจากไม่มีป่าต้นน้ำ เราไม่รักษาป่าต้นน้ำ จังหวัดเลยถือเป็นป่าชั้น 1 และ 2 ถือเป็นต้นทุนของน้ำในประเทศ ดังนั้น หัวใจสำคัญเราต้องรักษาป่าแห่งนี้ และต้องหาวิธีให้ประชาชนได้ทำมาหากิน ได้อย่างมีความสุขและสมบูรณ์ นาแห้วโมเดล เป็นโครงการตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ และนำไปขยายผลต่อได้อีกในหลายๆพื้นที่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า ป่าไม้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินการแก้ไขปัญหา นโยบาย ให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยได้กำหนดกรอบแนวทาง ดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยแบ่งตามระดับชั้นลุ่มน้ำและระยะเวลาในการเข้าอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่า กำหนดแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ คสช.ในลุ่มน้ำชั้น 1, 2 ที่มีการอยู่อาศัยทำกินมาก่อนมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 เป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะได้รับการจัดระเบียบการใช้ที่ดินเพื่อรับรองสิทธิ์ให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้องโดยตั้งอยู่ภายใต้กรอบมาตรการที่กรมป่าไม้กำหนดทั้งนี้กรมป่าไม้จะนำร่องการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ 13 จังหวัดได้แก่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูนลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์และจังหวัดเลย รวม 1.5 ล้านไร่ ซึ่งจะส่งเสริมให้ปลูกป่า 3 อย่าง ร้อยละ 20 ของพื้นที่เป็นเนื้อที่ปลูกป่าจำนวน 306,017 ไร่

โดยกำหนดแนวทาง ให้ประชาชนปลูกไม้โครงสร้างซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่นและเป็นไม้ยืนต้นเช่นต้นสัก ประดู่ ยางนา มีสัดส่วนพื้นที่ 1 ไร่ต้องปลูกต้นไม้จำนวน 200 ต้น แบ่งเป็นไม้โครงสร้างหลักไม้ประจำถิ่นไม้ยืนต้นยางนา สัก ประดู่ พยุง จำนวน 100 ต้น ไม้โครงสร้างรองซึ่งเป็นไม้ปลูกไว้สำหรับทานใบถนนเช่นขี้เหล็ก สะตอ จำนวน 50 ต้นและปลูกพืชคลุมดินพืชผลทางการเกษตรและเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมากให้ผลผลิตเร็วจำพวกกาแฟ หัวข่า อีก 50 ต้นซึ่งประชาชนเป็นผู้ปลูกและดูแลรักษาตามแนวเขตพื้นที่แปลงของตนเองโดยรอบและห้ามกัดฟันเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งประชาชนต้องช่วยดูแลหากพบต้นไม้ต้นใดตายต้องมีการปลูกใหม่ทดแทนโดยกรมป่าไม้จะสนับสนุนกล้าไม้พันธุ์ดีให้กับราษฎรในพื้นที่นำไปปลูกรวมกว่า 5 ล้านต้น

การปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ คทช จังหวัดเลยตามโครงการจัดระเบียบการใช้ที่ดินพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 และ 2 มีพื้นที่เป้าหมายจำนวน 75,734 ไร่ ได้มีราษฎรที่ร่วมโครงการที่จะได้รับการรับรองสิทธิ์จำนวนประมาณ 27,505 ราย ในการนี้ รัฐมนตรี มอบเอกสารโครงการป่าชุมชนในกับชาวอำเภอนาแห้ว จำนวน ๕ ตำบล และมอบกล้าไม้มีค่าให้ผู้นำชุมชนอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย และร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเลน และส่วนราชการปลูกป่าเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่

สำหรับโครงการ”นาแห้วโมเดล” จัดตั้งขึ้นตามนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) ที่มีมติคำสั่งเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 เพื่อแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดการจัดการพื้นที่”นาแห้วโมเดล” ปี 2561 ขึ้นมา เป็นโครงการนำร่องขึ้นที่ อ.นาแห้ว จ.เลย ภายใน 90 วัน ให้แก้ไขให้เห็นเป็นรูปธรรม เพราะว่า จ.เลย มีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกกว่า 7 แสนไร่ ในนี่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกยางพาราประมาณ 4 แสนไร่ ซึ่งป่าลุ่มน้ำชั้น 1A และ 1B ตามมติ ครม.ปี 2538 เนื่องจาก อ. นาแห้ว เป็น 1 ใน 13 จังหวัดของประเทศที่ต้องฟื้นฟูป่าหัวโล้น ป่าต้นน้ำที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ทำกินให้กับชุมชน เป็นการนำร่องของประเทศไทย

จึงได้ทำการเปิดตัวโครงการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 , 2 ป่าสงวนหางชาติ จะทำการส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เสริมากผลผลิตทีเป็นความต้องการของตลาด ประชาชนปลูกและดูแลรักษาที่กรมป่าไมเป็นผู้กำหนดแนวทาง สัดส่วนพื้นที่ 1 ไรj ปลูกไม้ยืนต้น200 ต้น เป็นไม้โครงการสร้างหลักไม้ยืนต้นประจำถิ่น เช่น สัก ยางนา ประดู่ พะยูง และไม้โครงสร้างรองสำหรับรับประทานผล เช่น ขี้เหล็ก สะตอ อีก 50 ต้น สามารถเก็บผลผลิตขายได้และห้ามตัดต้นไม้ทุกชนิด เนื่องจากต้องเก็บพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต่อไป และลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ทำลายระบบนิเวศน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม อีกด้วย อันเป็นการดูแลอย่างมีส่วนร่วม เปลี่ยนจากผู้บุกรุกมาเป็นผู้ดูแลป่าอย่างแท้จริงส่วนกล้าไม้มีต้นทุนเพาะกล้าไม้ ต้นละ 2.9 บาท และแจกจ่ายแก่ประชาชนต่อไป

ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์/จ.เลย /