ขอนแก่น-ผู้ช่วยเลขาธิการ สอศ. ยกขอนแก่นโมเดล เป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่าง สพฐ.และ สอศ. ในการจัด “สะพานเชื่อมโยงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการจัดการอาชีวศึกษา”


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25(ขอนแก่น) นายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.อดุลย์ พิมพ์ทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น ประธานอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “สะพานเชื่อมโยงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการจัดการอาชีวศึกษา” ร่วมกันระหว่างสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น กับผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 โดยมีนายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  นายเกียรติศักดิ์  หอมพิกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 และ ดร.ยุทธศาสตร์  กงเพชร ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดย ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กอศ. มีแนวคิดว่าจะทำอย่างไร จะเพิ่มปริมาณผู้เรียนด้านวิชาชีพให้มากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล จึงได้พูดคุยและลงนามความร่วมมือเพื่อบูรณาการการทำงานเชื่อมโยงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ของสองหน่วยงานนี้ขึ้น เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็สู่กระบวนการขับเคลื่อนขึ้นสะพานเชื่อมโยงการจัดการศึกษา

ซึ่งผู้ช่วยเลขาธิการ สอศ.ได้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมความหมายของคำว่า “สะพานเชื่อมโยงการจัดการศึกษา” ว่า เมื่อก่อนอาชีวศึกษามีแค่การออกแนะแนวการศึกษา การเปิดรั้วโรงเรียน (Open House) ให้นักเรียนมาเยี่ยมชม แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถดึงดูดผู้เรียนให้เห็นภาพการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษาได้ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ สอศ.จึงมีแนวคิดว่าคนอาชีวศึกษาต้องทำสะพานเชื่อมเข้าไปในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยจัดกิจกรรมไม่ว่าการสอนวิชาชีพระยะสั้น การนำรายวิชาบางรายวิชาของอาชีวศึกษาและการส่งครูอาชีวศึกษา ไปสอนในโรงเรียนมัธยม เพราะเด็กนักเรียนซึ่งไม่เคยเรียนสายวิชาชีพจะมีความรู้สึกกลัว เพราะพื้นฐานเด็กเหล่านี้จะเคยเรียนแต่ในห้องเรียน ได้เรียนในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ พอเขาเห็นวิชาชีพเขาจะไม่เข้าใจว่า วิชาชีพ เช่น คหกรรม ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า คืออะไร เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องนำวิชาชีพเหล่านี้จากอาชีวะศึกษาเข้าไปหาเขาเลยถึงสถานศึกษา ซึ่งเป็นอาชีพระยะสั้นเข้าไป ก็จะทำให้เด็กเหล่านั้นทราบว่าวิชาชีพช่างยนต์เป็นอย่างนี้ ช่างไฟฟ้าเป็นอย่างนี้ หรือช่างเย็บผ้าเป็นอย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เด็กมีความรู้เรื่องวิชาชีพ นั่นคือความหมายของคำว่า “สะพานเชื่อมโยง”

นายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการ สอศ.ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ที่จังหวัดขอนแก่นได้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนสะพานเชื่อมโยงการจัดการศึกษาระหว่างอาชีวศึกษากับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาก่อนนโยบายนี้แล้ว โดยทำในรูปแบบของทวิศึกษา โดยจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างโรงเรียนมัธยมกับโรงเรียนอาชีวะ บางวิชาชีพของโรงเรียนมัธยมขาดครูด้านวิชาชีพโรงเรียนสังกัดอาชีวศึกษาก็จะส่งครูวิชาชีพไปสอน บางวิชาในโรงเรียนอาชีวะขาดครูด้านสามัญ ด้านภาษาอังกฤษ ก็มีการแลกเปลี่ยนครูเหล่านี้มาช่วยสอน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ซึ่งเด็กนักเรียนในระดับชั้น ม 4 – ม.6 ที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งสายสามัญ (ม.6) และสายอาชีพ(ปวช./ปวส.) ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบของ “ขอนแก่นโมเดล” โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อมาพิจารณาหลักสูตรว่ามีวิชาใดตรงกันบ้าง และสอดคล้องกับมาตรฐานหลักสูตร

พร้อมทำการขยายผลจนทำให้ผู้มีเรียนในหลักสูตรนี้เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งเดิมโรงเรียนมัธยมเหล่านี้จะมีนักเรียนลดลงทุกปี ๆ จนกลายเป็นโรงเรียนขนาดเล็กและอาจนำไปสู่การยุบรวมในอนาคตได้ แต่เมื่อมีการจัดการศึกษาแบบทวิศึกษา ร่วมกันระหว่างโรงเรียนมัธยมศึกษากับอาชีวศึกษา จนประสบความสำเร็จ ทำให้โรงเรียนเหล่านี้กลับมีปริมาณนักเรียนเพิ่มมากขึ้น เมื่อเรียนจบก็มีสถานประกอบการมารับเด็กเหล่านี้เข้าทำงานทันที เลยทำให้กลุ่มผู้เรียนทวิศึกษาในจังหวัดขอนแก่นได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งนี้เพราะ “ขอนแก่นโมเดล” มีการผลิตกำลังที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการในจังหวัดขอนแก่น เด็กนักเรียนหลายคนได้รับการส่งเสริมให้ไปฝึกงานยังสถานประกอบการ ณ ต่างประเทศในหลายประเทศ และมีรายได้ระหว่างเรียนส่งเงินกลับมาบ้านช่วยเหลือครอบครัวเดือนละหลายหมื่นบาท จบมาแล้วมีงานทำทันที ผู้ปกครองมีความมั่นใจ ในการส่งบุตรหลานเข้าเรียน นายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการ สอศ. กล่าวในที่สุด

ประภาส วินิจสิริ / รายงาน